Main navigation

การละดี

Q ถาม :

ทำไมหลวงปู่หลวงพ่อบางท่านจึงว่าเราติดดี ทั้ง ๆ ที่ความดีมันน่าติดไม่ใช่หรือครับ เราจะได้ไม่ทำชั่ว

A อาจารย์ไชย ณ พล ตอบ :

ความดีเราต้องทำ และเราต้องอยู่กับความดีเพื่อสลัดออกซึ่งความชั่ว เมื่อเราสลัดออกซึ่งความชั่วแล้ว เราต้องวางดีอีกชั้นหนึ่ง เพราะถ้าไม่วางดีบางครั้งการยึดดีมันทำให้เรากลับไปชั่วได้ ด้วยเหตุนี้ ปัฏฐานปกรณ์ พระอภิธรรมปิฎกจึงบอกว่า กุศลธรรมเป็นปัจจัยให้กุศลธรรมเกิดขึ้น เช่น  ทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น กุศลธรรมเป็นปัจจัยให้อกุศลธรรมเกิดขึ้น เช่น ราคะ ทิฏฐิ มานะ เป็นต้น กุศลธรรมเป็นปัจจัยให้อัพยากตธรรมเกิดขึ้น เช่น มรรค ผล นิพพาน เป็นต้น 

องค์ที่สอนเรื่องนี้ได้ชัดที่สุดคือ พระกกุสันธสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านสอนอย่างนี้ ท่านเปรียบแรงดึงดูดของโลกเสมือนความชั่วที่คอยดึงต่ำ ความดีเหมือนกับจรวดที่ส่งยานขึ้นไปข้างบนเพื่อให้พ้นแรงดึงดูดของโลก พอขึ้นไปพ้นแรงดึงดูด เราต้องสลัดความดีออก แต่ในการสลัดความดีออกนั้นมันต้องสลัดออกทีละชั้น ถ้าไปสลัดออกทีเดียวทั้งหมดไม่ได้นะ เพราะว่ามันจะไม่มีดีเป็นกำลังส่งต่อ

วิธีปฏิบัติดี คือ ให้ดีมันเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องปั้นดี ไม่ต้องเฝ้าดี แต่ยกระดับดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ในการยกระดับนั้น ดีอะไรที่เรารู้สึกว่ามันเริ่มหยาบต่อจิตแล้ว จิตจะรู้ขึ้นเอง ก็ปล่อยดีนั้นไป สู่ดีที่ประณีตขึ้นเรื่อย ๆ ดีมีหลายระดับดี มีดีเหนือดียิ่งขึ้นไป ตัวอย่างเช่น ที่พระพุทธเจ้าทิ้งลูกเมีย ทิ้งการงาน ทิ้งตำแหน่งไปบวช บางคนก็บอกว่าไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งก็ใช่ มันก็ถูกของเค้า แต่พระองค์ไปรับผิดชอบสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการบรรลุธรรม แล้วก็ขนจิตใจทั้งหลายขึ้นสวรรค์ขึ้นพรหม และไปนิพพานกัน ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่กว่างานของพระเจ้าจักรพรรดิอีก อันนั้นเลยกลายเป็นดีที่เหนือดีอื่นทั้งหมด  

ใครจะละดีใดสู่ดีที่เหนือกว่าได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัญญา ความใหญ่กล้าของจิตใจจริง ๆ