นิโรธ

นิโรธ

 

ดับวิญญาณ

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ได้ตรัสกะภิกษุว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมจงใจ ย่อมดำริ และครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ 

เมื่อมีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมี 

เมื่อวิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว ความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไปจึงมี

เมื่อมีความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไป ชาติ ชราและมรณะโสกปริเทวะทุกขโทมนัสและอุปายาส จึงมีต่อไป

ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ แต่ยังครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นเป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ

เมื่อมีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงมี

เมื่อวิญญาณนั้นตั้งมั่นแล้ว เจริญขึ้นแล้ว ความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไปจึงมี

เมื่อมีความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไป ชาติชราและมรณะ โสกปริเทวะทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงมีต่อไป

ความเกิดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุไม่จงใจ ไม่ดำริ และไม่ครุ่นคิดถึงสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมไม่เป็นอารัมณปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่แห่งวิญญาณ

เมื่อไม่มีอารัมณปัจจัย ความตั้งมั่นแห่งวิญญาณจึงไม่มี

เมื่อวิญญาณนั้นไม่ตั้งมั่นแล้ว ไม่เจริญขึ้นแล้ว ความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไปจึงไม่มี

เมื่อความบังเกิดคือภพใหม่ต่อไปไม่มี ชาติชราและมรณะ โสกปริเทวะทุกขโทมนัสและอุปายาสต่อไปจึงดับ 

ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ 

 

 

อ้างอิง : เจตนาสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง  ๑๖/๑๔๕-๑๔๖/๖๓

Photo by : NEOSiAM 2020 from Pexels