ปัจเจกพุทธาปธาน
56085 รายการ
-
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565
ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความบริสุทธิ์บริบูรณ์สูงสุดในความมีอยู่เป็นอยู่ทั้งปวง เป็นที่สุดแห่งวิวัฒนาการ จึงเป็นที่ปรารถนาของมหาเทพ มหาพรหมจำนวนมาก หลายท่านได้ทุ่มเทบำเพ็ญบารมีเพื่อพุทธภูมิ กระนั้นก็มีน้อยนักที่ประสบความสำเร็จสูงสุดได้
การมีพระพุทธเจ้ามากนั้นเป็นการดีต่อสรรพจิตในจักรวาลทั้งหลาย โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก จึงได้รวบรวม พุทธวงศ์ โดยวิภังค์และสังคณี อย่างเป็นระบบ ครบถ้วน กระบวนการบำเพ็ญเพียรที่ถูกต้อง ได้ผลจริง จนถึงพระสัพพัญุตญาณอันไร้ขอบเขต เป็นที่พึ่งสูงสุดแก่สรรพจิตทุกจักรวาล เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และแบบอย่างอันประเสริฐยิ่ง แก่กัลยาณชนทั้งหลาย
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
| 32_0002 | 1. ปัจเจกพุทธาปธาน | เหตุให้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |

