Main navigation

วิธีภาวนา - (ดูทั้งหมด)

ที่ดับแห่งมหาภูตรูป ๔ | เกวัฏฏสูตร

ที่ดับแห่งมหาภูตรูป ๔
เกวัฏฏสูตร
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง
เล่มที่ ๙ ข้อที่ ๓๔๓-๓๕๐

ข้อแนะนำในการปฏิบัติ
ก่อนจะฟัง
พึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง
เมื่อได้สมาธิดีแล้ว
ฟังพุทโธวาท และน้อมธรรมมาสู่ใจ
น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรง ๆ
ให้เข้าใจแจ้ง และได้สภาวะจิตดีจริง
เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริง

ความยาววีดิทัศน์ 14:56 นาที

-----

ดูกรเกวัฏฏ์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ภิกษุรูปหนึ่งในหมู่ภิกษุนี้ ได้เกิดความปริวิตกอย่างนี้ว่า มหาภูตรูปทั้ง ๔ คือ ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ เหล่านี้ ย่อมดับไม่มีเหลือ ในที่ไหน 

เธอได้เข้าสมาธิชนิดที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ทางไปสู่เทวโลกปรากฏได้ ครั้นแล้ว เธอได้เข้าไปหาพวกเทวดาชั้นจาตุมหาราชถึงที่อยู่ แล้วถามว่า

ท่านทั้งหลาย มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับ ไม่มีเหลือในที่ไหน

เทวดาชั้นจาตุมหาราชจึงตอบว่า พวกข้าพเจ้าก็ไม่ทราบที่ดับไม่มีหลือ แห่งมหาภูตรูปทั้ง ๔ เหล่านี้เหมือนกัน แต่ยังมีท้าวมหาราชอยู่ ๔ องค์ ซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าพวกข้าพเจ้า ท้าวเธอคงจะทราบ

ภิกษุนั้นจึงไปหาท้าวมหาราชทั้ง ๔ แล้วถามว่า 

ท่านทั้งหลาย มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน

ท้าวมหาราชทั้ง ๔ องค์จึงตอบว่า แม้พวกข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ แต่ยังมีพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าพวกข้าพเจ้าอยู่อีก เทวดาเหล่านั้นคงจะทราบ 

ภิกษุนั้นจึงเข้าไปหาเทวดาชั้นดาวดึงส์ แล้วถามว่า 

ท่านทั้งหลายมหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน

เทวดาชั้นดาวดึงส์จึงตอบว่า แม้พวกข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ แต่ยังมีท้าวสักกะจอมเทพซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าพวกข้าพเจ้าอยู่อีก ท้าวเธอคงจะทราบ

ภิกษุนั้นได้ไปหาท้าวสักกะจอมเทพแล้วถามว่า ท่าน มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน 

เมื่อภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสตอบว่า แม้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จักที่ดับไม่มีเหลือแห่งมหาภูตรูปทั้ง ๔ นั้น แต่ยังมีเทวดาชั้นยามะ... ท้าวสุยามะ... เทวดาชั้นดุสิต... ท้าวสันดุสิต... เทวดาชั้นนิมมานรดี... ท้าวสุนิมมิต... เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวดี... ท้าวปรนิมมิตวสวดี ซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าข้าพเจ้าอยู่อีก ท้าวเธอคงทราบที่ดับไม่มีเหลือแห่งมหาภูตรูปทั้ง ๔ ได้

ลำดับนั้น เธอได้เข้าไปหาวสวดีเทวบุตรแล้วถามว่า ท่าน มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน 

วสวดีเทวบุตรตอบว่า แม้ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ แต่ยังมีเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่พรหม ซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าพวกเราอยู่อีก เทวดาเหล่านั้นคงจะทราบ

ภิกษุได้เข้าสมาธิชนิดที่จิตตั้งมั่นแล้ว ทางไปสู่พรหมโลกปรากฏได้ เธอได้เข้าไปหาเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่พรหมโลกแล้วถามว่า 

ท่านทั้งหลาย มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับ ไม่มีเหลือในที่ไหน

เทวดาผู้นับเนื่องในหมู่พรหมจึงตอบว่า แม้พวกข้าพเจ้า ก็ไม่ทราบ แต่ยังมีพรหมผู้เป็นมหาพรหมเป็นใหญ่ ไม่มีใครยิ่งกว่า รู้เห็นเหตุการณ์โดยถ่องแท้ ผู้ใช้อำนาจเป็นอิศวร เป็นผู้สร้าง เป็นผู้นิรมิต เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้บงการ เป็นผู้ทรงอำนาจ เป็นบิดาของหมู่สัตว์ผู้เกิดแล้วและยังจะเกิดต่อไป ซึ่งดีกว่า ประณีตกว่าพวกข้าพเจ้า ท้าวมหาพรหมนั้น คงจะทราบ 

ก็บัดนี้ท้าวมหาพรหมนั้นอยู่ที่ไหน 

แม้พวกเราก็ไม่รู้ที่อยู่ของพรหมหรือทิศที่พรหมอยู่ แต่ว่านิมิตทั้งหลายย่อมเห็นได้ แสงสว่างย่อมเกิดเอง โอภาสย่อมปรากฏเมื่อใด พรหมจักปรากฏองค์เมื่อนั้น การที่แสงสว่างเกิดเอง โอภาสปรากฏนั้นแล เป็นบุพพนิมิตสำหรับความปรากฏแห่งพรหม 

ต่อมาไม่นาน มหาพรหมนั้นได้ปรากฏ

เธอได้เข้าไปหามหาพรหมแล้วถามว่า 

ท่าน มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน

ท้าวมหาพรหมนั้นได้ตอบว่า 

ข้าพเจ้าเป็นพรหม เป็นมหาพรหม เป็นใหญ่ ไม่มีใครยิ่งกว่า รู้เห็นเหตุการณ์โดยถ่องแท้ เป็นผู้ใช้อำนาจ เป็นอิศวร เป็นผู้สร้าง เป็นผู้เนรมิตร เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้บงการ เป็นผู้ทรงอำนาจ เป็นบิดาของหมู่สัตว์ผู้เกิดแล้ว และยังจะเกิดต่อไป

ภิกษุนั้นก็ได้กล่าวกะท้าวมหาพรหมนั้นว่า ข้าพเจ้ามิได้ถามท่านอย่างนั้น แต่ข้าพเจ้าถามท่านว่า มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน ต่างหาก 

แม้ครั้งที่ ๒  ท้าวมหาพรหมก็ได้ตอบอย่างนั้นเหมือนกัน 

แม้ครั้งที่ ๓ ภิกษุนั้นก็ได้กล่าวกะท้าวมหาพรหมนั้นว่า ข้าพเจ้ามิได้ถามท่านอย่างนั้น แต่ข้าพเจ้าถามท่านว่า
มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน ต่างหาก

ลำดับนั้น ท้าวมหาพรหมจับแขนภิกษุนั้นนำไป ณ ที่ควรข้างหนึ่ง แล้วกล่าวว่า 

ดูกรภิกษุ พวกเทวดาผู้นับเนื่องในหมู่พรหมเหล่านี้เข้าใจเราว่า อะไรๆ ที่พรหมไม่รู้ ไม่เห็น ไม่แจ่มแจ้ง ไม่ประจักษ์ ไม่มี ข้าพเจ้าจึงตอบต่อหน้าเทวดาเหล่านั้นไม่ได้ว่า แม้ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบที่ดับไม่มีเหลือแห่งมหาภูตรูปทั้ง ๔ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น การที่ท่านละพระผู้มีพระภาค แล้วมาเสาะหาการพยากรณ์ปัญหานี้ภายนอกนั้น ท่านทำผิดพลาดแล้ว นิมนต์กลับเถิด ท่านจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ทูลถามปัญหานี้ พระองค์ทรงพยากรณ์แก่ท่านฉันใด ท่านพึงทรงจำข้อนั้นไว้ ฉันนั้น
 

อุปมาด้วยนกตีรทัสสี

ภิกษุนั้นได้หายไปที่พรหมโลก มาปรากฏข้างหน้าเรา ได้ถามเราว่า

 ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มหาภูตรูปทั้ง ๔ ย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน

เมื่อเธอกล่าวอย่างนี้แล้ว เราได้ตอบว่า 

ดูกรภิกษุ เรื่องเคยมีมาแล้ว พวกพ่อค้าเดินเรือทะเลย่อมจับนกตีรทัสสี (นกดูฝั่ง) ลงเรือไปด้วย เมื่อไม่เห็นฝั่ง เขาย่อมปล่อยนกตีรทัสสี มันบินไปยังทิศบูรพา ทิศทักษิณ ทิศปัศจิม ทิศอุดร ทิศเบื้องบน ทิศน้อย ถ้ามันแลเห็นฝั่งโดยรอบมันก็บินเลยไป ถ้ามันแลไม่เห็นฝั่งโดยรอบ มันก็จะกลับมายังเรือนั้นอีก 

ดูกรภิกษุ เธอก็ฉันนั้นแล เที่ยวแสวงหาจนถึงพรหมโลก ก็ไม่ได้รับพยากรณ์ปัญหานี้ ในที่สุดก็ต้องกลับมาหายังสำนักเรานั่นเอง

ปัญหาข้อนี้เธอมิควรถามอย่างนั้น แต่ควรถามอย่างนี้

ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในที่ไหน

อุปาทายรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในที่ไหน

 นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน ดังนี้

ในปัญหานั้น มีพยากรณ์ดังต่อไปนี้

ธรรมชาติที่รู้แจ้ง ไม่มีใครชี้ได้ ไม่มีที่สุด แจ่มใส โดยประการทั้งปวง

ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมชาตินี้ อุปาทายรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมชาตินี้

นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้

เพราะวิญญาณดับ นามและรูปนั้นย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้ ดังนี้

พระสูตร
เกวัฏฏสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๙ ข้อที่ ๓๔๓-๓๕๐