พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงอย่าคิดเรื่องโลกว่า
โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง
โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด
ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น
ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี
ย่อมไม่เป็นอีกก็มี
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้
ข้อนั้นเพราะเหตุไร?
เพราะความคิดนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่ใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น
ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด
ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะคิด พึงคิดว่า
นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย
นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ข้อนั้นเพราะเหตุไร?
เพราะความคิดนั้น ประกอบด้วยประโยชน์
เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น
ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด
ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
จินตสูตร
โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง
โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด
ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น
ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เป็นอีก
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี
ย่อมไม่เป็นอีกก็มี
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้
ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้
ข้อนั้นเพราะเหตุไร?
เพราะความคิดนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่ใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น
ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด
ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะคิด พึงคิดว่า
นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย
นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ข้อนั้นเพราะเหตุไร?
เพราะความคิดนั้น ประกอบด้วยประโยชน์
เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น
ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด
ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
จินตสูตร
พระสูตร:
จินตสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง ๑๙/๑๗๒๖-๑๗๒๗/๔๔๑-๔๔๒

