พุทธพจน์
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกพยาบาทกลุ้มรุม
ถูกพยาบาทครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง
ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้ว
สมัยนั้น ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ
ผมมีใจถูกพยาบาทกลุ้มรุม ถูกพยาบาทครอบงำอยู่
และไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง
ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้ว ดีแล้ว
ขอท่านผู้มีอายุจงแสดงธรรมเพื่อละพยาบาทแก่ผม
ภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
ย่อมแสดงธรรมเพื่อละพยาบาทแก่เธอ
...นี้เป็นสมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกพยาบาทกลุ้มรุม
ถูกพยาบาทครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง
ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้ว
สมัยนั้น ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ
ผมมีใจถูกพยาบาทกลุ้มรุม ถูกพยาบาทครอบงำอยู่
และไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง
ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งพยาบาทที่เกิดขึ้นแล้ว ดีแล้ว
ขอท่านผู้มีอายุจงแสดงธรรมเพื่อละพยาบาทแก่ผม
ภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
ย่อมแสดงธรรมเพื่อละพยาบาทแก่เธอ
...นี้เป็นสมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ
พระสูตร:
สมยสูตรที่ ๒ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง ๒๒/๒๙๙/๒๙๓

