Main navigation

ปัจเจกพุทธาปธาน

56278 รายการ

  • มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4145
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143

ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความบริสุทธิ์บริบูรณ์สูงสุดในความมีอยู่เป็นอยู่ทั้งปวง เป็นที่สุดแห่งวิวัฒนาการ จึงเป็นที่ปรารถนาของมหาเทพ มหาพรหมจำนวนมาก หลายท่านได้ทุ่มเทบำเพ็ญบารมีเพื่อพุทธภูมิ กระนั้นก็มีน้อยนักที่ประสบความสำเร็จสูงสุดได้

การมีพระพุทธเจ้ามากนั้นเป็นการดีต่อสรรพจิตในจักรวาลทั้งหลาย โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก จึงได้รวบรวม พุทธวงศ์ โดยวิภังค์และสังคณี อย่างเป็นระบบ ครบถ้วน กระบวนการบำเพ็ญเพียรที่ถูกต้อง ได้ผลจริง จนถึงพระสัพพัญุตญาณอันไร้ขอบเขต เป็นที่พึ่งสูงสุดแก่สรรพจิตทุกจักรวาล เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และแบบอย่างอันประเสริฐยิ่ง แก่กัลยาณชนทั้งหลาย

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ ชุดที่ สารบัญเรื่อง ว่าด้วย องค์ธรรมหลัก
32_0002 1. ปัจเจกพุทธาปธาน เหตุให้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พุทธการกธรรม