Main navigation

พุทธบุตรกับธรรมทายาท ต่างกันอย่างไร ควรเป็นประเภทไหน

Q ถาม :

ท่านอาจารย์ครับ พุทธบุตรกับธรรมทายาทต่างกันอย่างไร และเราควรจะพัฒนาตนเป็นประเภทไหนครับ

A อาจารย์ไชย ณ พล ตอบ :

ถ้าจะเข้าใจทั้งระบบ ก็ควรรู้จัก พุทธบุตร ธรรมทายาท พุทธอุปัฏฐาก พุทธวงศ์ พุทธบริษัท อามิสทายาท และพุทธศาสนิกชน

พุทธบุตร คือพระอริยะ ทั้งโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ ท่านเหล่านี้ทั้งหมดเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าโดยธรรม อันธรรมนิรมิตแล้ว

ธรรมทายาท คือผู้ศึกษา ปฏิบัติตามธรรม รักษาธรรม นำธรรมไปพัฒนาชีวิตจิตใจ การงาน โลก และจักรวาลให้อยู่ร่วมกันโดยธรรม มุ่งธรรม ไม่มุ่งลาภสักการะ แต่ยินดีสละลาภสักการะเพื่อธรรมเสมอ

ธรรมทายาทก็สามารถเป็นได้ทั้งพระอริยะและปุถุชน ในสมัยพุทธกาลผู้ที่สอนธรรมมาก รักษาธรรมจริงจังก็มีท่านพระสารีบุตร ผู้จัดการสังคายนาจัดหมวดธรรมครั้งที่ ๑ ขณะที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ท่านพระมหากัสสปะ ผู้จัดการสังคายนาครั้งที่ ๒ เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานใหม่ ฆราวาสก็มีพระเจ้าอโศกมหาราช จัดให้มีการสังคายนาคณะสงฆ์แล้วส่งไปเผยแผ่ธรรม ๙ ทิศ  พระปิยมหาราช ทรงจัดให้มีการรวบรวมธรรม แปลพระไตรปิฎก ส่งไปประดิษฐานไว้หลายประเทศทั่วโลก เป็นต้น

พุทธอุปัฏฐาก คือผู้ดูแลใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและจัดการธรรมกิจพระศาสนาให้ดำเนินไป ท่านพระอานนท์เป็นองค์แรก รุ่นต่อ ๆ มาก็ยังคงมีระบบอุปัฏฐากครูบาอาจารย์และจัดการธรรมกิจต่าง ๆ มาจนถึงทุกวันนี้ นี่ระบบการสร้างผู้จัดการ

พุทธวงศ์ คือพุทธทายาท ผู้ที่พระพุทธเจ้าสร้าง และสถาปนา (พยากรณ์) ให้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อ ๆ ไป ทุกพุทธกาล พระพุทธเจ้าทุกพระองค์จะเสด็จไปโปรดพระมารดาบนดาวดึงส์ วันที่เสด็จกลับมายังโลก จะทรงเปิดจักรวาลให้สัตว์โลกเห็นกันหมดด้วยพุทธานุภาพอันไร้ประมาณ วันนั้นทุกจิตใจในจักรวาลจะเห็นชัดว่าพระพุทธเจ้าคือความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีอานุภาพสูงสุดในจักรวาล ผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรมทั้งหมด ล้วนปรารถนาเป็นแบบพระพุทธเจ้า ก็ตั้งปณิธานที่จะเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง  

ผู้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เรียกว่าอนิยตโพธิสัตว์ เมื่อพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าใครมีกำลังอินทรีย์เพียงพอก็จะทรงสอนพุทธการกธรรม (บารมีสิบ) ให้ เพื่อบำเพ็ญให้สำเร็จ ใครบำเพ็ญมานานจนบารมีแก่กล้า สามารถตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้แน่ ก็จะได้รับการสถาปนา (พยากรณ์) จากพระพุทธเจ้าว่า ในอนาคตกาลอีกกี่กัป ท่านนี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มีพระนามว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อนั้น บุคคลนั้นก็เลื่อนชั้นเป็นพระนิยตโพธิสัตว์ (ผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่) ซึ่งทั้งจักรวาลในขณะนี้มีอยู่แค่สิบองค์

ส่วนพวกที่ไม่สามารถถึงการเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่ ก็ทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าบ้าง เป็นพระมหาสาวกบ้าง เป็นพระอรหันต์ธำรงรักษาพระธรรมบ้าง เช่น ท่านพระนาคเสนแห่งโยนกนคร เชียงแสน บางท่านก็สมัครใจลาการบำเพ็ญพุทธภูมิ มาบำเพ็ญเพียรเป็นพระอรหันต์สืบพระศาสนาในช่วงสำคัญต่าง ๆ เช่น หลวงปู่มั่นและทีม เลือกมาบรรลุธรรมสืบพระศาสนาในกึ่งพุทธกาลแห่งพุทธันดรนี้ เป็นเสาหลักแห่งพระศาสนามาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น ไม่ทุกคนที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และไม่ทุกคนที่ได้รับการพยากรณ์ จะทรงพยากรณ์ว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้ามากกว่า และเป็นพระอรหันต์สืบพระศาสนามากที่สุด แต่ก็ได้เป็นบุคคลสำคัญบางระดับในต่างยุคกันทุกคน 

พุทธบริษัท คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ที่มาเรียนรู้ ปฏิบัติ อุปถัมภ์ ทำนุบำรุงพระศาสนาให้คงอยู่เป็นมรดกแก่อนุชนสืบไป

อามิสทายาท คือบุคคลใด ๆ ในพุทธบริษัทที่มุ่งลาภสักการะ ไม่ศึกษาธรรมจริงจัง ไม่ปฏิบัติธรรมจริงจัง ไม่บรรลุสภาวะธรรมที่ดีใด ๆ เลย อยู่อย่างกาฝาก แสวงหาประโยชน์เป็นล่ำเป็นสัน พวกนี้ตายแล้วมีอนาคตสามประการ คือ ไปเป็นเปรต ไปเป็นสัตว์ใช้แรงงาน ไปนรก หมดสิทธิ์ไปสวรรค์ นิพพาน จนกว่าจะใช้กรรมหมด

ทายาททั้งหมดทุกประเภท รวมเรียกว่าพุทธศาสนิกชน

แม้จะเรียกต่างกัน ทำหน้าที่ต่างกัน ทั้งหมดล้วนเป็นทายาทพระพุทธเจ้า

สิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง คือ อามิสทายาท เพราะเสียมากกว่าได้หลายเท่า ขาดทุนวิวัฒนาการย่อยยับ นอกนั้น ประเภทไหนเป็นได้ง่ายได้เร็ว เหมาะกับภาวะชีวิตในขณะนี้ ก็เป็นเลย แล้วค่อยพัฒนาเลื่อนชั้นไป

 

 

คำที่เกี่ยวข้อง :

ธรรมทายาท