อุปมาด้วยรถ ๗ ผลัด

เหตุการณ์
พระสารีบุตรพบกับพระปุณณมันตานีบุตรเป็นครั้งแรก และได้เวทัลลธรรมกับพระปุณณมันตานีบุตรถึงเหตุในการประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธเจ้า เมื่อสนทนาธรรมจบ มหาเถระทั้งสองชื่นชมสุภาษิตในกันและกัน

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมาก พากันไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุเหล่านั้น ว่า ภิกษุรูปไหนที่พวกภิกษุในท้องถิ่นยกย่องว่า เป็นผู้มักน้อย สันโดษ สงัดเงียบ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ปรารภความเพียร สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ และวิมุตติญาณทัสสนะแล้ว ยังกล่าวพรรณนาความเหล่านั้นแก่ภิกษุทั้งหลายอีกด้วย เป็นผู้โอวาท แนะนำชี้แจง ชักชวนพวกภิกษุให้อาจหาญ ร่าเริง ซึ่งภิกษุท้องถิ่นเหล่านั้น กราบทูลว่า ภิกษุรูปนั้นคือ ท่านพระปุณณมันตานีบุตร

ท่านพระสารีบุตร ดำริว่าเป็นลาภของท่านปุณณมันตานีบุตร ที่พวกภิกษุกล่าวยกย่องคุณเฉพาะพระพักตร์พระศาสดา  และพระศาสดาก็ทรงอนุโมทนาซึ่งการกระทำนั้น บางที ท่านคงได้พบกับท่านปุณณมันตานีบุตร แล้วสนทนาปราศรัยกันสักครั้งหนึ่ง

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค เสด็จจากกรุงราชคฤห์ ไปยังพระนครสาวัตถี ประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน เมื่อท่านพระปุณณมันตานีบุตรได้ข่าว จึงมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงชี้แจงท่านพระปุณณมันตานีบุตรให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา จากนั้นท่านพระปุณณมันตานีบุตร  ได้เข้าไปสู่ป่าอันธวัน เพื่อพักในกลางวัน

พระสารีบุตรเวทัลลธรรมกับพระปุณณมันตานีบุตร

ในเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตรได้เข้าไปหาท่านพระปุณณมันตานีบุตร แล้วถามว่า

ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อสิ่งใด เพื่อสีลวิสุทธิหรือ เพื่อจิตตวิสุทธิหรือ เพื่อทิฏฐิวิสุทธิหรือ เพื่อกังขาวิตรณวิสุทธิหรือ เพื่อมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิหรือ เพื่อปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิหรือ เพื่อญาณทัสสนวิสุทธิหรือ 

พระปุณณมันตานีบุตรตอบว่า

ท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธเจ้าไม่ใช่เพื่อสีลวิสุทธิ ไม่ใช่เพื่อจิตตวิสุทธิหรือ ไม่ใช่เพื่อทิฏฐิวิสุทธิ ไม่ใช่เพื่อกังขาวิตรณวิสุทธิ ไม่ใช่เพื่อมัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ไม่ใช่เพื่อปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ไม่ใช่เพื่อญาณทัสสนวิสุทธิ แต่เพื่ออนุปาทาปรินิพพาน 

ท่านพระสารีบุตรถามต่อว่า

สิ่งใดเป็นอนุปาทาปรินิพพาน สีลวิสุทธิหรือ จิตตวิสุทธิหรือ ทิฏฐิวิสุทธิหรือ กังขาวิตรณวิสุทธิหรือ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิหรือ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิหรือ เพื่อญาณทัสสนวิสุทธิหรือ ที่เป็นอนุปาทาปรินิพพาน

พระปุณณมันตานีบุตรตอบว่า

ธรรมเหล่านี้ ไม่เป็นอนุปาทาปรินิพพาน

ถ้าพระผู้มีพระภาคจะทรงบัญญัติสีลวิสุทธิ จิตตวิสุทธิ ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ หรือญาณทัสสนวิสุทธิ ว่าเป็นอนุปาทาปรินิพพานแล้ว ก็ชื่อว่าทรงบัญญัติธรรมที่ยังมีอุปาทาน ว่าเป็นอนุปาทาปรินิพพาน

แล้วอุปมาดั่งการเดินทางจากเมืองสาวัตถีไปยังเมืองสาเกตว่าต้องใช้รถถึง ๗ ผลัด ถ้าถูกถามว่าเดินทางจากเมืองสาวัติถีไปยังเมืองสาเกตได้อย่างไร ด้วยรถผลัดที่ ๗ ผลัดเดียวหรือ

ถ้าจะตอบให้ถูก ต้องตอบว่า ใช้รถทั้ง ๗ ผลัด ไม่ใช่ด้วยรถผลัดที่ ๗ ผลัดเดียว

ฉันนั้นก็เช่นกัน สีลวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่จิตตวิสุทธิ

จิตตวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่ทิฏฐิวิสุทธิ

ทิฏฐิวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่กังขาวิตรณวิสุทธิ

กังขาวิตรณวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ

มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ

ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่ญาณทัสสนวิสุทธิ

ญาณทัสสนวิสุทธิเป็นประโยชน์แก่อนุปาทาปรินิพพาน

พระปุณณมันตานีบุตรจึงตอบว่า ตนประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่ออนุปาทาปรินิพพาน

เมื่อเวทัลลธรรมจบ พระปุณณมันตานีบุตรและพระสารีบุตรต่างชื่นชมสุภาษิตของกันและกัน

อ้างอิง
รถวินีตสูตร พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๑๒ ข้อที่ ๒๙๒-๓๐๐ หน้า ๒๐๑-๒๐๗
ลำดับที่
12

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ