ลฏุกิกชาดก

ว่าด้วย
คติของคนมีเวร
เหตุการณ์
พระผู้มีพระภาคทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องลฏุกิกชาดก การจองเวรของนางนกไส้

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์กำเนิดเป็นช้างจ่าโขลง มีช้างแปดหมื่นเป็นบริวาร ครั้งนั้น มีนางนกไส้ตัวหนึ่งออกไข่ในที่ที่เป็นที่เที่ยวไปของพวกช้าง ลูกนกทั้งหลายออกจากฟองไข่ ยังไม่สามารถจะบินได้ เมื่อนางนกไส้เห็นพระมหาสัตว์มีช้างแปดหมื่นห้อมล้อม เที่ยวหาอาหารไปถึงถิ่นนั้น นางได้ขอการอารักขาจากพระยาช้างเพื่อจะป้องกันลูกของนาง
 
พระโพธิสัตว์ได้ยืนคร่อมอยู่เบื้องบนลูกนกทั้งหลายเพื่อรักษาลูกนก เมื่อช้างแปดหมื่นเชือกผ่านไปแล้ว ได้บอกนางนกว่าจะมีช้างเชือกหนึ่งซึ่งปกติเที่ยวไปผู้เดียว จะมาข้างหลัง ช้างนั้นจะไม่กระทำตามคำของพระโพธิสัตว์ ขอให้นางนกอ้อนวอนช้างนั้นเพื่อความปลอดภัยแก่ลูกนก
 
เมื่อช้างตัวนั้นมา ฝ่ายนางนกไส้ได้กระทำอัญชลี และขอชีวิตลูกนกจากช้างเชือกนั้น แต่ช้างนั้นไม่ฟังและได้เหยียบลูกนกจนแหลกละเอียด นางนกไส้จึงได้กล่าวว่าอีก ๒-๓ วัน ช้างจะได้เห็นการกระทำของนางนก ช้างนั้นย่อมไม่รู้ว่ากำลังของความรู้นั้นยิ่งใหญ่กว่ากำลังกาย นางจะให้ช้างรู้กำลังความรู้นั้น และกล่าวอย่างอาฆาตว่า
 
กิจที่จะพึงทำด้วยกำลังกายย่อมสำเร็จในที่ทั้งปวง เพราะกำลังกายของคนพาลย่อมมีเพื่อฆ่าคนอื่น แน่ะพญาช้าง ผู้ใดฆ่าลูกน้อย ๆ ของเราผู้มีกำลังทุรพล เราจักทำสิ่งที่ไม่ใช่ความเจริญให้แก่ผู้นั้น.
 
นางนกไส้นั้นไปปรนนิบัติกาตัวหนึ่งอยู่ ๒ - ๓ วัน กานั้นรู้สึกยินดี นางนกได้ขอให้กาเอาจะงอยปาก เจาะนัยน์ตาทั้งสองข้างของช้างเชือกนั้นให้แตก จากนั้นนางนกไส้จึงไปปรนนิบัติแมลงวันหัวเขียวตัวหนึ่ง และได้ขอให้แมลงวันหัวเขียวนั้นหยอดไข่ขังลงในนัยน์ตาทั้งสองข้างที่แตกของช้างเชือกนั้น แล้วนางนกไส้จึงไปปรนนิบัติกบตัวหนึ่ง และขอให้กบไปเกาะอยู่ที่ยอดเขาแล้วส่งเสียงร้องเมื่อช้างตาบอดนั้นขึ้นถึงยอดเขา แล้วลงมาส่งเสียงร้องอยู่ที่เหว
 
วันหนึ่ง กาเอาจะงอยปากทำลายตาทั้งสองข้างของช้างแตกแล้ว แมลงวันจึงหยอดไข่ขังลงไปที่นัยน์ตา ช้างนั้นถูกตัวหนอนทั้งหลายชอนไชอยู่ ได้รับทุกขเวทนา อยากจะดื่มน้ำ จึงเที่ยวแสวงหาน้ำดื่ม กบจึงเกาะอยู่บนยอดเขาส่งเสียงร้อง ช้างคิดว่า มีน้ำดื่ม ณ ที่นี้ จึงขึ้นไปยังภูเขา กบจึงลงมาเกาะอยู่ที่เหวส่งเสียงร้อง ช้างคิดว่า มีน้ำดื่ม จึงบ่ายหน้าไปทางเหว ได้ลื่นพลัดตกลงไปที่เชิงเขาถึงสิ้นชีวิต

นางนกไส้รู้ว่าช้างนั้นตายแล้ว จึงร่าเริงดีใจ
 
พระศาสดาตรัสว่า
 
ขึ้นชื่อว่าเวร ไม่ควรทำกับใคร ๆ สัตว์ทั้ง ๔ เหล่านี้ ร่วมกันแล้ว ทำช้างผู้ถึงพร้อมด้วยกำลังให้ถึงสิ้นชีวิตได้
 
แล้วตรัสอภิสัมพุทธคาถานี้ว่า
 
ท่านจงดูกา นางนกไส้ กบ และแมลงวันหัวเขียว สัตว์ทั้งสี่เหล่านี้ได้ร่วมใจกันฆ่าช้างเสียได้ ท่านจงเห็นคติของคนมีเวรแก่คนมีเวรทั้งหลาย

เพราะฉะนั้นแล ท่านทั้งหลาย อย่าได้กระทำเวรกับใคร ๆ ถึงจะไม่เป็นที่รักใคร่กันเลย

แล้วทรงประชุมชาดกว่า

ช้างที่เที่ยวไปเชือกเดียว คือเทวทัต ส่วนช้างจ่าโขลง คือ พระตถาคต

 


อ่าน ลฏุกิกชาดก

อ้างอิง
ลฏุกิกชาดก พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ เล่มที่ ๕๘ ข้อที่ ๗๓๒-๗๓๖ หน้า ๗๕๗-๗๖๔
ลำดับที่
15

สถานที่

นครพาราณสี

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ