เทพชุมนุม - มหาสมัยสูตร

เหตุการณ์
เทวดาหมื่นจักรวาลมาประชุมกันเพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ พระผู้มีพระภาคตรัสเอ่ยนามเทวดาทุกองค์ที่มาประชุมกัน ณ ป่ามหาวัน แล้วทรงจำแนกเทวดาที่สามารถบรรลุธรรมได้เมื่อฟังธรรมออกเป็น ๖ จริต

พระผู้มีพระภาคตรัสบอกกรรมฐานแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป เรื่องมีกิเลสที่ควรฆ่าด้วยมรรค ๓ เบื้องบน ภิกษุทั้งหลายแยกย้ายกันไปปฏิบัติ เริ่มตั้งวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทีละรูป จนครบ ๕๐๐ รูป ภิกษุผู้บรรลุพระอรหัตแต่ละรูปมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเพื่อจะบอกคุณวิเศษที่ตนแทงตลอดแล้ว 

พระผู้มีพระภาคทรงประทับอยู่กับภิกษุผู้เป็นอรหันต์ทั้ง ๕๐๐ รูปนั้น พวกเทวดาผู้อาศัยอยู่รอบ ๆ ป่ามหาวัน ได้ส่งเสียงดังให้เทวดาทั้งหลายมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและพระขีณาสพ
 
พวกเทวดาหมื่นจักรวาล มาแต่โลกธาตุสิบ จึงมาประชุมกัน พวกเทวดาทั้งหลายที่ประชุมกันมีมาก พวกที่ไม่ได้ประชุมกันมีน้อย คือ พวกที่เป็นอสัญญสัตว์และเกิดในอรูปาวจรเท่านั้น

ที่ประชุมเต็มไปด้วยเทวดาทั้งหลาย ได้แก่

ผู้อยู่ในสุทธาวาส พรหมโลก ๕ ชั้น อันเป็นที่อยู่แห่งพระอนาคามีและพระขีณาสพทั้งหลาย พวกพรหมเหล่านั้นเข้าสมาบัติและก็ออกตามที่กำหนดไว้

องค์หนึ่งหยั่งลงที่ขอบจักรวาลด้านปุรัตถิมทิศ (ทิศตะวันออก) เข้าสมาบัติมีนีลกสิณเป็นอารมณ์ แล้วปล่อยรัศมีสีเขียว
องค์หนึ่งหยั่งลงที่ขอบจักรวาลด้านทิกษิณ (ทิศใต้) เข้าสมาบัติมีปีตกสิณเป็นอารมณ์เดียว ปล่อยรัศมีสีทอง
องค์หนึ่งหยั่งลงที่ขอบจักรวาลด้านปัจฉิม (ทิศตะวันตก) เข้าสมาบัติมีโลหิตกสิณเป็นอารมณ์ แล้วปล่อยรัศมีสีแดง
องค์หนึ่งหยั่งลงที่ขอบจักรวาล ด้านอุดร (ทิศเหนือ) เข้าสมาบัติโอทาตกสิณ แล้วปล่อยรัศมีสีขาว 

พระผู้มีพระภาคเจ้าทอดพระเนตรเห็นการประชุมของเทวดาแล้วจึงทรงพระดำริว่า ฝ่ายพวกภิกษุไม่ทราบว่าสมาคมเทวดานี้ใหญ่อย่างนี้ จึงตรัสบอกภิกษุว่า พวกเทวดาในโลกธาตุทั้ง ๑๐ มาประชุมกันมากเพื่อทัศนาพระผู้มีพระภาคและภิกษุสงฆ์ครั้งนี้ เหมือนที่ได้มีแล้วในอดีตกาล และจักมีในอนาคตกาล 
 
พระองค์ทรงประกาศนามเทวดาที่มาชุมนุมทั้งหมด ประกอบด้วย
 
พวกยักษ์
พวกเทพจตุโลกบาล
บ่าวของท้าวโลกบาลและท้าวเทวราช
ราชาและคนธรรพ์
เหล่านาคและครุฑ
ช้างเอราวัณ  
พวกอสูร
เทวนิกาย ๖๐
พวกพรหม

มารเสนาพระยามารได้เห็นพวกเทวดามาชุมนุม จึงคิดจะจับเทวดาเหล่านี้ผูกไว้ด้วยราคะ แต่ไม่อาจให้ใครเป็นไปในอำนาจได้ จึงกลับไป พระศาสดาทรงพิจารณาทราบเหตุนั้นทั้งหมด จึงตรัสบอกสาวก

ภิกษุเหล่านั้นสดับพระดำรัสสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ได้กระทำความเพียร มารและเสนามารหลีกไปจากภิกษุผู้ปราศจากราคะ พระยามารกล่าวสรรเสริญว่าพวกสาวกของพระองค์ทั้งหมดชนะสงครามแล้ว ล่วงความกลัวได้แล้ว
 
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแบ่งพวกเทพบริษัททั้งหมดนั้นเป็นสองพวก ด้วยอำนาจภัพพะและอภัพพะ

พวกบริษัทที่เป็นอภัพพะแม้เมื่อพระพุทธเจ้าร้อยพระองค์ทรงแสดงธรรม ก็ไม่อาจตรัสรู้ได้ ส่วนบริษัทที่เป็นภัพพะสามารถรู้ได้

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละพวกอภัพพะ แล้วรวบรวมเอาแต่พวกภัพพบริษัท ทรงจัดแบ่งภัพพบริษัทออกเป็น ๖ พวก ตามอำนาจจริต คือ พวกราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต สัทธาจริต และพุทธจริต
 
พวกราคจริต จักแสดง สัมมาปริพพาชนียสูตร 
พวกโทสจริต จักแสดง กลหวิวาทสูตร
พวกโมหจริต จักแสดง มหาพยูหสูตร
พวกวิตกจริต จักแสดง จูฬพยูหสูตร
พวกสัทธาจริต จักแสดง ตุวัฏฏกปฏิปทา
พวกพุทธจริต จักแสดง ปุราเภทสูตร
 
พระองค์ทรงเนรมิตพระพุทธนิรมิตที่เหมือนกับพระองค์เพื่อถามปัญหาแล้ว จึงทรงปรารภว่าเพราะผู้ที่ยังไม่ถึงความสิ้นอาสวะ จะชื่อว่าเว้นโดยชอบไม่มี
 




อ่าน มหาสมัยสูตร
อ่าน อรรถกถา มหาสมัยสูตร 

อ้างอิง
มหาสมัยสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๐ ข้อที่ ๒๓๕-๒๔๖ หน้า ๑๙๑-๑๙๗ และอรรถกถา
ลำดับที่
21

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ