อนิจจาทิธรรมสูตร

ว่าด้วย
สิ่งทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยง เป็นต้น เป็นธรรมดา
เหตุการณ์
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่เชตวัน นครสาวัตถี ทรงแสดงอนิจจาทิธรรมสูตรแก่ภิกษุทั้งหลาย

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

สิ่งทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นของควรรู้ยิ่ง เป็นของควรกำหนดรู้ เป็นสิ่งควรละ เป็นสิ่งควรทำให้แจ้ง เป็นสิ่งควรรู้ยิ่งและกำหนดรู้ เป็นของถูกประทุษร้าย เป็นของถูกเบียดเบียน 

สิ่งทั้งปวงคือ 

จักษุ รูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส
โสต เสียง โสตวิญญาณ โสตสัมผัส
ฆานะ กลิ่น ฆานวิญญาณ ฆานสัมผัส
ชิวหา รส ชิวหาวิญญาณ ชิวหาสัมผัส
กาย โผฏฐัพพะ กายวิญญาณ กายสัมผัส
ใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัส

แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะสัมผัสนั้น ๆ เป็นปัจจัย ก็เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นของควรรู้ยิ่ง เป็นของควรกำหนดรู้ เป็นสิ่งควรละ เป็นสิ่งควรทำให้แจ้ง เป็นสิ่งควรรู้ยิ่งและกำหนดรู้ เป็นของถูกประทุษร้าย เป็นของถูกเบียดเบียน

อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี

 


อ้างอิง อนิจจวรรคที่ ๕

อ้างอิง
อนิจจวรรคที่ ๕ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๘ ข้อที่ ๔๖-๕๕ หน้า ๒๖-๒๗
ลำดับที่
11

อารมณ์

สงบ มั่นคง

สถานการณ์

การปฏิบัติธรรม

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ