การจำแนกกรรม

เหตุการณ์
สุภมาณพโตเทยยบุตรได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าอะไรเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้มนุษย์มีความเลว ความประณีต มีอายุ มีโรค มีผิวพรรณ มีศักด์ มีสกุล มีทรัพย์ มีปัญญา ต่างกัน

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า 

สัตว์ทั้งหลาย มีกรรมเป็นของตน  เป็นทายาทแห่งกรรม  มีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์  มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย  กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้

แล้วได้ทรงจำแนกเนื้อความแห่งอุเทศโดยย่อให้ละเอียด ดังนี้

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้น  

เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง  เป็นคนเหี้ยมโหด มีมือเปื้อนเลือด หมกมุ่นในการประหัตประหาร  ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืน

ละปาณาติบาต เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต วางอาชญา วางศาตราได้  มีความละอาย  ถึงความเอ็นดู  อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมาก

เป็นผู้มีปรกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้  หรือศาตรา

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อย 

เป็นผู้มีปรกติไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ  หรือก้อนดิน  หรือท่อนไม้  หรือศาตรา

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทราม

เป็นคนมักโกรธ ถูกเขาว่าเล็กน้อยก็ขัดใจ โกรธเคือง  พยาบาท มาดร้าย  ทำความโกรธ  ความร้าย  และความขึ้งเคียดให้ปรากฏ 

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณงาม 

เป็นคนไม่มักโกรธ  ไม่แค้นเคือง  ถูกเขาว่าก็ไม่ขัดใจ  ไม่โกรธเคือง  ไม่พยาบาท  ไม่มาดร้าย  ไม่ทำความโกรธ  ความร้าย  ความขึ้งเคียดให้ปรากฏ

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อย

มีใจริษยา  ย่อมริษยา  มุ่งร้าย  ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ  ความเคารพ  ความนับถือ การไหว้  และการบูชาของคนอื่น

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดามาก 

มีใจไม่ริษยา  ย่อมไม่ริษยา ไม่มุ่งร้าย ไม่ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ  ความเคารพ  ความนับถือ การไหว้  และการบูชาของคนอื่น

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อย 

ไม่ให้ข้าว น้ำ  ผ้า  ยาน  ดอกไม้  ของหอม  เครื่องลูบไล้  ที่นอน ที่อยู่อาศัย  เครื่องตามประทีป แก่สมณะหรือพราหมณ์

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะมาก 

ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้  ของหอม  เครื่องลูบไล้  ที่นอน  ที่อยู่อาศัย  แก่สมณะหรือพราหมณ์

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำ 

เป็นคนกระด้าง เย่อหยิ่ง  ย่อมไม่กราบไหว้คนที่ควรกราบไหว้  ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ  ไม่ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ  ไม่ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง  ไม่สักการะคนที่ควรสักการะ  ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ  ไม่นับถือคนที่ควรนับถือ  ไม่บูชาคนที่ควรบูชา

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีสกุลสูง 

เป็นคนไม่กระด้าง ไม่เย่อหยิ่ง ย่อมกราบไหว้คนที่ควรกราบไหว้  ลุกรับคนที่ควรลุกรับ  ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ  ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง  สักการะคนที่ควรสักการะ  เคารพคนที่ควรเคารพ  นับถือคนที่ควรนับถือ  บูชาคนที่ควรบูชา

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญาทราม

ไม่เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้วสอบถามว่า  อะไรเป็นกุศล  อะไรเป็นอกุศล  อะไรมีโทษ  อะไรไม่มีโทษ  อะไรควรเสพ  อะไรไม่ควรเสพ  อะไรเมื่อทำ  ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล  เพื่อสิ้นทุกข์  หรือ  อะไรเมื่อทำ  ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล  เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน

ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีปัญญามาก 

เป็นผู้เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ แล้วสอบถามว่า  อะไรเป็นกุศล  อะไรเป็นอกุศล  อะไรมีโทษ  อะไรไม่มีโทษ  อะไรควรเสพ  อะไรไม่ควรเสพ  อะไรเมื่อทำ  ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล  เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน  หรือ  อะไรเมื่อทำ  ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล  เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน



อ่าน จูฬกัมมวิภังคสูตร

อ้างอิง
จูฬกัมมวิภังคสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๕๗๙-๕๙๗ หน้า ๒๘๗-๒๙๒
ลำดับที่
7

สถานที่

วิหารเชตวัน

Keywords

กรรม

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ