พระพุทธานุญาตให้กรานกฐิน

เหตุการณ์
พระผู้มีพระภาคทรงมีพระพุทธานุญาตให้กรานกฐิน

สมัยหนึ่ง ภิกษุปาไฐยรัฐจำนวน ๓๐ รูป เดินทางมาพระนครสาวัตถี เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค เมื่อจวนถึงวันเข้าพรรษา ไม่สามารถจะเดินทางให้ทันวันเข้าพรรษาในพระนครสาวัตถี จึงจำพรรษา ณ เมืองสาเกต ซึ่งอยู่ระหว่างทาง ขณะที่ภิกษุเหล่านั้นจำพรรษา มีความคิดว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ใกล้ๆ ระยะทางห่างเพียง ๖ โยชน์ แต่พวกตนก็ไม่ได้เฝ้าพระผู้มีพระภาค

เมื่อครบสามเดือน ภิกษุเหล่านั้นออกพรรษาทำปวารณาเสร็จแล้ว เมื่อฝนยังตกชุก พื้นเต็มไปด้วยน้ำ เป็นหล่มเลน มีจีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ ลำบากกาย เดินทางมา

เพราะเหตุแรกเกิดนั้น พระผู้มีพระภาคอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย  ผู้จำพรรษาแล้วได้กรานกฐิน 

ผู้ได้กรานกฐินแล้ว จักได้อานิสงส์ ๕ ประการ คือ

  ๑. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา
  ๒. ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ 
  ๓. ฉันคณโภชน์ได้ (ฉันอาหารเป็นหมู่ได้)
  ๔. ทรงอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
  ๕. จีวรอันเกิดขึ้น ณ ที่นั้นจักได้แก่พวกเธอ

วิธีกรานกฐิน : 

ภิกษุสงฆ์กรานกฐินโดยประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา (กรรมวาจาให้ผ้ากฐิน) ว่าดังนี้ :-

“ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผ้ากฐินผืนนี้เกิดแล้วแก่สงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน นี้เป็นญัตติ

ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ผ้ากฐินผืนนี้เกิดแล้วแก่สงฆ์ สงฆ์ให้ผ้ากฐิน ผืนนี้แก่ภิกษุมีชื่อนี้เพื่อกรานกฐิน การให้ผ้ากฐินผืนนี้แก่ภิกษุชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด

ผ้ากฐินผืนนี้ สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ เพื่อกรานกฐิน ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง  ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้"

กฐินไม่เป็นอันกราน คือ

  ๑.  ด้วยอาการเพียงขีดรอย
  ๒.  ด้วยอาการเพียงซักผ้า
  ๓.  ด้วยอาการเพียงกะผ้า
  ๔.  ด้วยอาการเพียงตัดผ้า
  ๕.  ด้วยอาการเพียงเนาผ้า
  ๖.  ด้วยอาการเพียงเย็บด้น
  ๗.  ด้วยอาการเพียงทำลูกดุม
  ๘.  ด้วยอาการเพียงทำรังดุม
  ๙.  ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาต
  ๑๐.  ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า
  ๑๑.  ด้วยอาการเพียงดามผ้า
  ๑๒. ด้วยอาการเพียงย้อมเป็นสีหม่นเท่านั้น
  ๑๓. ด้วยผ้าที่ทำนิมิตได้มา
  ๑๔. ด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา
  ๑๕. ด้วยผ้าที่ยืมเขามา
  ๑๖. ด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน
  ๑๗. ด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์
  ๑๘. ด้วยผ้าที่มิได้ทำกัปปะพินทุ
  ๑๙. เว้นจากผ้าสังฆาฏิเสีย
  ๒๐. เว้นจากผ้าอุดราสงค์เสีย
  ๒๑. เว้นจากผ้าอันตรวาสกเสีย
  ๒๒. เว้นจากจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกิน ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น
  ๒๓. เว้นจากการกรานแห่งบุคคล
  ๒๔. ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินนั้น
 
กฐินเป็นอันกราน คือ

  ๑. ด้วยผ้าใหม่
  ๒. ด้วยผ้าเทียมใหม่
  ๓. ด้วยผ้าเก่า
  ๔. ด้วยผ้าบังสุกุล
  ๕. ด้วยผ้าที่ตกตามร้าน
  ๖. ด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา
  ๗. ด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา
  ๘. ด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา
  ๙. ด้วยผ้าที่ไม่ได้เก็บไว้ค้างคืน
  ๑๐. ด้วยผ้าที่ไม่ได้เป็นนิสสัคคีย์
  ๑๑. ด้วยผ้าที่ทำกัปปะพินทุแล้ว
  ๑๒. ด้วยผ้าสังฆาฏิ
  ๑๓. ด้วยผ้าอุตราสงค์
  ๑๔. ด้วยผ้าอันตรวาสก
  ๑๕. ด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกิน ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น
  ๑๖. เพราะการแห่งบุคคล
  ๑๗. ถ้าภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนากฐินนั้น 


อ่าน พระพุทธานุญาตให้กรานกฐิน

อ้างอิง
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๕ ข้อที่ ๙๕-๙๘ หน้า ๑๐๘-๑๑๑
ลำดับที่
10

สถานที่

วิหารเชตวัน

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ