ความเป็นผู้มีมิตรดีเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์

เหตุการณ์
พระผู้มีพระภาคทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีจิตน้อมไปในคนที่ดีนี้ เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว

ผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีจิตน้อมไปในคนที่ดี ย่อมเจริญ ย่อมทำให้มากซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘  คือ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อความสละคืน 

ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีจิตน้อมไปในคนที่ดี ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์แปด ย่อมกระทำซึ่งอริยมรรคมีองค์แปดให้มากได้อย่างนี้ 

โดยปริยายนี้ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีจิตน้อมไปในคนที่ดี นี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว

ด้วยว่าอาศัยพระผู้มีพระภาคเป็นมิตรดี สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บป่วย ความตาย ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความเสียใจ และความคับแค้นใจเป็นธรรมดา ย่อมหลุดพ้นจากความเกิด ความแก่ ความเจ็บป่วย ความตาย ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความเสียใจ และความคับแค้นใจได้ 

โดยปริยายนี้ ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีจิตน้อมไปในคนที่ดี นี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว


อ่าน ทุติยอัปปมาทสูตร

อ้างอิง
ทุติยอัปปมาทสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๕ ข้อที่ ๓๘๒-๓๘๓ หน้า ๑๐๙-๑๑๐
ลำดับที่
11

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระพุทธกิจ

พระพุทธกิจ