สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน

ว่าด้วย
(อาทิตตปริยายสูตร)
เหตุการณ์
พระพุทธเจ้าทรงเทศนาเรื่อง สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน แก่ภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปที่เคยเป็นชฏิล เมื่อทรงแสดงธรรมจบ ภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปนั้น ก็สำเร็จอรหัตตผล

สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน

จักษุ โสต ฆานะ (จมูก)  ชิวหา (ลิ้น) กาย มนะ (ใจ) เป็นของร้อน

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส โผฏฐัพพะ ธรรมทั้งหลายเป็นของร้อน

วิญญาณอาศัยจักษุ วิญญาณอาศัยโสต วิญญาณอาศัยฆานะ วิญญาณอาศัยชิวหา วิญญาณอาศัยกาย วิญญาณอาศัยมนะ เป็นของร้อน

สัมผัสอาศัยจักษุ  สัมผัสอาศัยโสต สัมผัสอาศัยฆานะ สัมผัสอาศัยชิวหา สัมผัสอาศัยกาย สัมผัสอาศัยมนะเป็นของร้อน

ความเสวยอารมณ์เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานะสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เป็นปัจจัยก็เป็นของร้อน

ร้อนเพราะไฟคือราคะ เพราะไฟคือโทสะ เพราะไฟคือโมหะ

ร้อนเพราะความเกิด เพราะความแก่ และความตาย ร้อนเพราะความโศก เพราะความรำพัน เพราะทุกข์กาย เพราะทุกข์ใจ เพราะความคับแค้น

อริยสาวกผู้ได้ฟังแล้วเห็นอยู่อย่างนี้

ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ โสต ฆานะ ชิวหา กาย มนะ

ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส โผฏฐัพพะ ทั้งหลาย

ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในวิญญาณอาศัยจักษุ อาศัยโสต อาศัยฆานะ อาศัยชิวหา อาศัยกาย อาศัยมนะ

ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในสัมผัสอาศัยจักษุ อาศัยโสต อาศัยฆานะ อาศัยชิวหา อาศัยกาย อาศัยมนะ

ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในความเสวยอารมณ์ ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือมิใช่ทุกข์มิใช่สุข ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานะสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เป็นปัจจัย

เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด เพราะสิ้นกำหนัด จิตก็พ้น เมื่อจิตพ้นแล้ว ก็รู้ว่าพ้นแล้ว อริยสาวกนั้นทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี.

 

อ่าน อาทิตตปริยายสูตร

อ้างอิง
อาทิตตปริยายสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๔ ข้อที่ ๕๕ หน้า ๔๙-๕๐
ลำดับที่
36

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระธรรมวินัย

คู่มือภิกษุ