สุริยสูตร

ว่าด้วย
ดวงอาทิตย์ ๗ ดวง
เหตุการณ์
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ให้กำหนดเบื่อหน่าย คลายกำหนัดในสังขารทั้งปวง โดยทรงเล่าถึงพระอาทิตย์จำนวนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก

กาลบางคราวที่ฝนไม่ตกหลายแสนปี พืชคาม ภูตคาม ติณชาติ ป่าไม้ใหญ่ ย่อมเฉา เป็นอยู่ไม่ได้ 

ในกาลบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๒ ปรากฏ แม่น้ำลำคลองทั้งหมดย่อมเหือดแห้ง 

ในกาลบางครั้งบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๓ ปรากฏ แม่น้ำสายใหญ่ ๆ ทั้งหมดย่อมงวดแห้ง ไม่มีน้ำ

ในกาลบางครั้งบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๔ ปรากฏ แม่น้ำสายใหญ่ ๆ ที่ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำใหญ่ทั้งหมดย่อมงวดแห้ง ไม่มีน้ำ

ในกาลบางครั้งบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๕ ปรากฏ น้ำในมหาสมุทรแม้เพียงข้อนิ้วก็ไม่มี

ในกาลบางครั้งบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๖ ปรากฏ แผ่นดินใหญ่และขุนเขา มีกลุ่มควันพลุ่งขึ้น

ในกาลบางครั้งบางคราว พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ แผ่นดินใหญ่และขุนเขา ไฟจะติดทั่ว ลุกโชติช่วง มีแสงเพลิงเป็นอันเดียวกัน ลมหอบเอาเปลวไฟฟุ้งไปจนถึงพรหมโลก ขุนเขาถูกกองเพลิงใหญ่เผาท่วมยอดเขาพังทะลาย เมื่อแผ่นดินใหญ่และขุนเขาถูกไฟเผาผลาญอยู่ ย่อมไม่ปรากฏขี้เถ้าและเขม่า

ในข้อนั้น ใครจะรู้ ใครจะเชื่อว่า แผ่นดินนี้และขุนเขาจักถูกไฟไหม้พินาศไม่เหลืออยู่ นอกจากอริยสาวกผู้มีบทอันเห็นแล้ว (โสดาบัน)

สังขารทั้งหลายเป็นสภาพไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าชื่นชม ควรจะเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรหลุดพ้น ในสังขารทั้งปวง

 

อ่าน สุริยสูตร

อ้างอิง
สุริยสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๓ ข้อที่ ๖๓ หน้า ๘๔-๘๗
ลำดับที่
23

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระธรรม

ธรรมปฏิบัติ

พระธรรม

วิเวก

พระธรรม

ธรรมวิภังค์

พระธรรม

เวทัลลธรรม

พระธรรม

อานุภาพกรรม

พระธรรม

สุคติ สุคโต

พระธรรม

ฆราวาสธรรม