อัมพสักขรเปตวัตถุ

ว่าด้วย
พระเจ้าอัมพสักขระทรงสนทนากับเปรตเปลือย
เหตุการณ์
กษัตริย์ลิจฉวีพระนามว่าอัมพสักขระสนทนากับเปรตตนหนึ่งว่าเพราะเหตุใดจึงกล่าวกับบุรุษผู้ถูกหลาวเสียบ มีร่างกายเปื้อนเลือด ตัวทะลุเป็นช่องๆ ชีวิตจักดับไปในวันนี้พรุ่งนี้ ว่า จงมีชีวิตอยู่เถิด การมีชีวิตอยู่เป็นของประเสริฐ

เปรตตอบว่า บุรุษนี้เป็นญาติของตน ตนเห็นแล้วมีความกรุณา ขออย่าให้บุรุษนี้ไปตกนรกเลย บุรุษผู้ทำกรรมชั่วนี้ จุติจากอัตภาพนี้ แล้ว จักเข้าถึงนรก เป็นสถานร้ายกาจ มีความเร่าร้อนมาก เผ็ดร้อน น่ากลัว หลาวนี้ประเสริฐกว่านรกนั้นตั้งหลายพันเท่า

พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามว่าเปรตขี่ม้าขาวอันประดับประดาแล้ว ม้าขาวตัวนี้เป็นม้าน่าอัศจรรย์ นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร

 เปรตกราบทูลว่าที่กลางเมืองเวสาลี มีหลุมที่หนทางลื่น ตนเอาศีรษะโคศีรษะหนึ่งวางทอดที่หลุมให้เป็นสะพาน ให้บุคคลอื่นเหยียบบนศีรษะโคนั้นเดินไปได้สะดวก ม้าน่าอัศจรรย์นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น

พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามต่อไปว่า เพราะผลแห่งกรรมอะไร เปรตจึงมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ และมีกลิ่นหอมฟุ้งไป ได้สำเร็จฤทธิ์แห่งเทวดาเป็นผู้มีอานุภาพมาก แต่เปลือยกาย

ตนมีรัศมีทิพย์สว่างไสวอยู่เนืองนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการเป็นคนมักโกรธ แต่มีใจเลื่อมใสเป็นนิตย์ พูดกับคนทั้งหลายด้วยวาจาอ่อนหวาน 

ตนมีกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งไปเนืองนิตย์ นี้เป็นผลแห่งกรรมที่มีจิตเลื่อมใสกล่าวสรรเสริญ ยศ และชื่อเสียงของบุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรม 

ตนเปลือยกาย เป็นอยู่ฝืดเคือง เพราะลักเอาผ้าของสหายซ่อนไว้ ไม่มีความประสงค์จะลักขโมยและไม่มีจิตคิดประทุษร้าย

ผู้ใดทำบาปเล่นๆ ผู้นั้นได้รับผลกรรมเช่นนี้ ส่วนผู้ใดตั้งใจทำบาปจริงๆ มีความดำริชั่วร้าย เป็นผู้เศร้าหมองด้วยกายและวาจา เมื่อตายไป มนุษย์เหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรกในสัมปรายภพ

ส่วนชนที่ปรารถนาสุคติยินดียิ่งในทาน เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติในสัมปรายภพ            

เมื่อเปรตนั้น ชี้แจงจำแนกผลกรรมแต่โดยย่อ พระราชาไม่ทรงเชื่อ จึงตรัสถามเปรตนั้นว่า จะพึงรู้เรื่องนั้นได้อย่างไรว่านี้เป็นผลแห่งกรรมดีและกรรมชั่ว หรือจะพึงเห็นอย่างไร จึงจะเชื่อถือได้ หรือใครจะทำให้เชื่อถือ เรื่องนั้นได้            

เปรตนั้นกราบทูลให้ทรงเชื่อว่า นี้เป็นผลแห่งกรรมดีและกรรมชั่ว เมื่อมีกรรมดีและกรรมชั่ว ก็มีสัตว์ไปสู่สุคติและทุคติ ถ้าสัตว์ทั้งหลายในมนุษยโลกไม่ทำกรรมดีและกรรมชั่ว สัตว์ผู้ไปสู่สุคติ ทุคติ เลว และประณีต ก็ไม่มี นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าววิบากแห่งกรรมทั้งสองว่า เป็นที่ตั้งแห่งการเสวยสุขและทุกข์ เทวดาย่อมพากันห้อมล้อมพวกชนผู้ได้เสวยผลอันเป็นสุข คนพาลผู้ไม่เห็นบาปและบุญทั้งสอง ย่อมเดือดร้อน

เปรตได้ขอให้พระเจ้าอัมพสักขระถวายผ้าคู่หนึ่งหรือสองคู่แก่พระกัปปิตกะ ผู้ได้ฌานมีศีลบริสุทธิ์ เป็นพระอรหันต์ แล้วอุทิศส่วนกุศลให้แก่ตน แล้วพระเจ้าอัมพสักขระจะได้เห็นตนแต่งกายนุ่งห่มเรียบร้อย กษัตริย์ลิจฉวีทำดังนั้น ก็ได้เห็นเปรตนุ่งห่มเรียบร้อย มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง นุ่งผ้าดี พระเจ้าลิจฉวีได้ทรงเห็นกรรมและวิบากแห่งกรรม แจ้งประจักษ์ด้วยพระองค์เองแล้ว ตรัสกะเปรตนั้นว่า ตนจักให้ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย 

พระเจ้าอัมพสักขระขอกัปปิตกภิกษุให้สอนวิธีที่จะไม่ไปสู่นรก กัปปิตกภิกษุขอให้พระเจ้าอัมพสักขระมีพระทัยเลื่อมใสถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและสงฆ์ เป็นสรณะ ทรงสิกขาบท ๕ อย่าให้ขาดและด่างพร้อย และสมาทานอุโบสถศีล พระราชทานจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง คิลานปัจจัย ข้าว น้ำ ของกิน ของเคี้ยว ผ้า เสนาสนะ ในภิกษุผู้มีจิตซื่อตรงทั้งหลาย บุญย่อมเจริญทุกเมื่อ เมื่อบุคคลเป็นผู้ไม่ประมาท ประพฤติธรรมโดยเคารพตลอดคืนและวัน

พระเจ้าลิจฉวีพระนามว่าอัมพสักขระ ได้เป็นอุบาสกคนหนึ่งในเมืองเวสาลี บรรลุโสดาปัตติผล



อ่าน อัมพสักขรเปตวัตถุ

 

อ้างอิง
อัมพสักขรเปตวัตถุ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๖ ข้อที่ ๑๒๑ หน้า ๑๗๗-๑๘๖
ลำดับที่
49

Keywords

กรรม

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ

พระธรรม

ธรรมปฏิบัติ

พระธรรม

วิเวก

พระธรรม

ธรรมวิภังค์

พระธรรม

เวทัลลธรรม

พระธรรม

อานุภาพกรรม

พระธรรม

สุคติ สุคโต

พระธรรม

ฆราวาสธรรม