สันทกสูตร: วิชชา ๓

ว่าด้วย
วิชชา ๓
เหตุการณ์
พระอานนท์แสดงธรรมแก่สันทกปริพาชกว่าด้วยธรรมที่ไม่เป็นเครื่องออกไปจากทุกข์ การปฏิบัติที่ปฏิบัติแล้วก็ไม่สามารถทำกุศลธรรมเครื่องออกไปจากทุกข์ให้สำเร็จได้ พรหมจรรย์ที่เมื่อตั้งอยู่จะยังกุศลธรรมเครื่องออกจากทุกข์ได้ เมื่อแสดงธรรมจบ สันทกปริพาชกส่งสาวก ๕๐๐ คน ไปปฏิบัติธรรมยังสำนักของพระพุทธเจ้า

เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวแล้ว

ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ พร้อมทั้งอุเทส

ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลายด้วยทิพยจักษุอันล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดหมู่สัตว์ซึ่งเป็นไปตามกรรม

ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มี 

ก็บุคคลบรรลุคุณวิเศษนี้ในศาสดาใด บุคคลพึงอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในศาสดานั้น และเมื่ออยู่ ก็พึงยังกุศลธรรมเครื่องออกไปจากทุกข์ให้สำเร็จได้

พระขีณาสพไม่ล่วงฐานะ ๕

พระอรหันต์ขีณาสพ เป็นผู้ไม่สามารถประพฤติล่วง ฐานะทั้งห้า คือ
(๑) ไม่สามารถฆ่าสัตว์
(๒) ไม่สามารถ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
(๓) ไม่สามารถเสพเมถุนธรรม
(๔) ไม่สามารถกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่
(๕) ไม่สามารถทำการสั่งสมบริโภคกามทั้งหลายเหมือนเมื่อเป็นคฤหัสถ์

พระอรหันต์ขีณาสพย่อมมีความรู้ความเห็นว่า อาสวะทั้งหลายสิ้นแล้ว ปรากฏเสมอเป็นนิจ เมื่อพิจารณาย่อมรู้ว่า อาสวะทั้งหลายสิ้นแล้ว
 

อ่าน สันทกสูตร

อ้างอิง
สันทกสูตร พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๑๓ ข้อที่ ๓๑๐-๓๑๓ หน้า ๒๓๗-๒๔๐
ชุดที่
ลำดับที่
9

พระไตรปิฎกเสียงชุดอื่นๆ