56080 รายการ
-
จูฬราหุโลวาทสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, อ่าน จูฬราหุโลวาทสูตร
https://uttayarndham.org/node/5629 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631
พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคประทานให้ไว้เป็นมรดกแด่มนุษยชาติ เหมาะสำหรับชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะอาชีพ
ฆราวาสธรรม คือพระธรรมที่พระพุทธองค์ ประทานแก่ผู้ครองเรือน ซึ่งครอบคลุมทุกมิติหลัก ในการดำเนินชีวิต กิจการงาน ความสัมพันธ์ ให้เจริญทั้งทางโลก และทางธรรม สมควรที่พุทธชนจะได้ศึกษา สมาทาน และปฏิบัติตาม เพื่อความเจริญอย่างเป็นสุข แก่ตน ครอบครัว องค์กร และสังคม

