ธรรมอันลึกซึ้ง
55966 รายการ
-
อิจฉาสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, บุคคล ๘ จำพวก ปรากฎอยู่ในโลกนี้ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่องกันไป ๑. ผู้มีความปรารถนาลาภ และเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ แต่ไม่ได้ลาภ เศร้าโศก ร่ำไร และเคลื่อนจากพระสัทธรรม
https://uttayarndham.org/node/3730 -
อิจฉาสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, บุคคล ๘ จำพวก ปรากฎอยู่ในโลกนี้ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่องกันไป ๑. ผู้มีความปรารถนาลาภ และเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ แต่ไม่ได้ลาภ เศร้าโศก ร่ำไร และเคลื่อนจากพระสัทธรรม
https://uttayarndham.org/node/3730 -
อิจฉาสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, บุคคล ๘ จำพวก ปรากฎอยู่ในโลกนี้ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ชอบสงัด ไม่เจริญกรรมฐานให้ติดต่อเนื่องกันไป ๑. ผู้มีความปรารถนาลาภ และเพียรพยายามเพื่อได้ลาภ แต่ไม่ได้ลาภ เศร้าโศก ร่ำไร และเคลื่อนจากพระสัทธรรม
https://uttayarndham.org/node/3730 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729 -
อนุตัปปิยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรกล่าวว่า ภิกษุเมื่อสำเร็จการอยู่ ตายแล้วย่อมเดือดร้อน คือ
https://uttayarndham.org/node/3729
พระมหากัจจายนะ เป็นหนึ่งในพระอรหันต์ผู้เป็นที่รักและเคารพมากที่สุด ทั้งในสมัยพุทธกาล และปัจจุบัน ท่านบรรลุธรรมในขณะที่ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ครั้งแรก ด้วยลักษณะอันงามสง่า จริยวัตรงดงาม อัธยาศัยกว้างขวาง ปัญญาดี จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้วยแสดงธรรมย่อให้พิสดาร ลึกซึ้ง ทำให้ท่านมีสานุศิษย์ มากมาย เฝ้าเรียนธรรม ปฏิบัติธรรมด้วย แม้เมื่อท่านปรินิพพานไปแล้ว ผองชนหลายประเทศก็ยังกราบไหว้บูชาท่านเป็นแบบอย่างที่ดีงามจนถึงทุกวันนี้
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวม ธรรมคำสอนของพระมหากัจจายนะชุด “ธรรมอันลึกซึ้ง” มาเป็น ธรรมานุศาสตร์ ให้กัลยาณชนทั้งหลายได้ศึกษา และปฏิบัติตาม เพื่อความเจริญในธรรม และได้สภาวะจิตดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

