ธรรมวิภังค์
56261 รายการ
-
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
การปฏิบัติสำเร็จขึ้นอยู่กับวาสนาหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ถ้าพวกเรามีความพยายามที่เหมาะสม มีวิธีที่เหมาะสม เราจะทำได้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีวาสนาช่วยไหม ช่วย
https://uttayarndham.org/node/5104
ธรรมวิภังค์ หรือ ธรรมวิเคราะห์ เป็นการจำแนกแจกแจงสัจธรรมและระบบคุณธรรมโดยพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทำให้ธรรมชนทั้งหลายสามารถเข้าใจสัจธรรมได้อย่างลึกซึ้งเป็นระบบ ยกระดับปัญญาให้ถูกธรรม อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อชีวิตจิตใจ และการบรรลุธรรม
ธรรมวิภังค์ที่ทรงแสดงไว้นี้ เป็นระบบธรรมหลักสำคัญที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การบรรลุธรรม และการสืบทอดพระศาสนา จึงสมควรอย่างยิ่งที่ธรรมชนจะใส่ใจ ศึกษาให้เข้าใจ น้อมเข้ามาใส่ตน ปฏิบัติจริงจังให้บังเกิดผลจริง ทั้งปรับชีวิต จิตใจ ความสัมพันธ์ และกิจการงานให้เข้ากับระบบธรรมเหล่านี้ จึงจะเจริญโดยธรรมอย่างยิ่ง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้จัดทำพระไตรปิฎกเสียงสมจริง ชุด “ธรรมวิภังค์” นี้ขึ้น ให้เป็นคู่มือแก่ธรรมชน และกัลยณชนคนดีผู้ใฝ่ในความเจริญทั้งหลาย
ขอเชิญรับฟังได้ ณ บัดนี้
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
![]() |
1. บทนำ ธรรมวิภังค์ | |||
| 14_0598 |
![]() |
2. มหากัมมวิภังคสูตร | การจำแนกกรรม สูตรใหญ่ | กรรม |
| 14_0539 |
![]() |
3. จูฬกัมมวิภังคสูตร | การจำแนกกรรม สูตรเล็ก | กรรม |
| 14_0706 |
![]() |
4. ทักขิณาวิภังคสูตร | การจำแนกทักษิณาทาน | ทาน |
| 14_0698 |
![]() |
5. สัจจวิภังคสูตร | การจำแนกอริยสัจ | อริยสัจ ๔ |
| 14_0033 |
![]() |
6. วิภังคสูตร | อริยมรรค ๘ | มรรค ๘ |
| 19_0815 |
![]() |
7. วิภังคสูตร | ปฏิปทาอันให้ถึงการเจริญสติปัฏฐาน | มหาสติ |
| 14_0004 |
![]() |
8. วิภังคสูตร | การจำแนกปฏิจจสมุปบาท | ปัจจยาการ |
| 19_1179 |
![]() |
9. วิภังคสูตร | วิธีเจริญอิทธิบาท ๔ | การเจริญอิทธิบาท ๔, วิชชา ๘ |
| 19_0858 |
![]() |
10. วิภังคสูตรที่ ๑ | ความหมายของอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0864 |
![]() |
11. วิภังคสูตรที่ ๒ | หน้าที่ของอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0925 |
![]() |
12. วิภังคสูตรที่ ๑ | การจำแนกอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0931 |
![]() |
13. วิภังคสูตรที่ ๒ | อินทรีย์ ๕ เป็นสุข ทุกข์ และอทุกขมสุข | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0940 |
![]() |
14. วิภังคสูตรที่ ๓ | อินทรีย์ ๕ ย่นเข้าเป็น ๓ | อินทรีย์ ๕ |
| 14_0825 |
![]() |
15. สฬายตนวิภังคสูตร | การจำแนกอายตนะ ๖ | อายตนะ ๖, ลำดับแห่งธรรม |
| 14_0617 |
![]() |
16. สฬายตนวิภังคสูตร | การจำแนกสฬายตนะ | อายตนะ ๖, การพิจารณาธรรม |
| 14_0673 |
![]() |
17. ธาตุวิภังคสูตร | การจำแนกธาตุ | ธาตุ, การพิจารณาธรรม |
| 14_0638 |
![]() |
18. อุทเทสวิภังคสูตร | อุทเทสและวิภังค์ | การพิจารณาธรรม, ลำดับแห่งธรรม |
| 14_0638 |
![]() |
19. อรณวิภังคสูตร | การจำแนกธรรมที่ไม่มีกิเลส | การขัดเกลาและละกิเลส |
![]() |
20. บทส่งท้าย |

