Main navigation

ธรรมะเพื่อครอบครัวโดยธรรม

55790 รายการ

  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด

    https://uttayarndham.org/node/4144
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143
  • ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)

    ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง

    https://uttayarndham.org/node/4143

การมีครอบครัวเป็นโอกาสดีที่จะรวมพลังกันสร้างสรรค์ความสุขความเจริญอันยิ่ง หากบริหารได้ดี ก็จะได้ความสำเร็จอันคุ้มค่า แต่หากบริหารไม่ดี อาจนำมาซึ่งภาระเกินจำเป็น ความห่วง หวง หึง ยึดถือ คาดหวัง หวาดระแวง ทุกข์ระทม บั่นทอนพลังกัน กัดกร่อนความเจริญของกันและกันได้

ในบรรดากลยุทธ์การบริหารครอบครัวทั้งหลายในโลกนี้ การครองเรือนโดยธรรมเป็นการบริหารครอบครัวที่ประเสริฐสุด ได้ผลดีสูงสุด มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ และเหตุการณ์สมัยพุทธกาลที่เกี่ยวกับการบริหารครอบครัว เพื่อเป็นของขวัญแก่ผู้ครองเรือนทั้งหลายให้ได้คุณค่าสูงสุดจากการพลีตนเพื่อครอบครัว

ขอให้ของขวัญชิ้นนี้ เป็นพลังแห่งความกรุณาอันประเสริฐจากพระพุทธองค์ และความเมตตาอันสะอาดจากผู้จัดทำ เพื่อธำรงครอบครัวท่านและอนุชนให้มีความสุขความเจริญอย่างอบอุ่นสถาพรสืบไป

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ ชุดที่ สารบัญเรื่อง ว่าด้วย องค์ธรรมหลัก
image
1. บทนำ
27_0249
image
2. การเลือกคู่ ครอบครัว
image
3. การอยู่ร่วมกัน
image
4. ภริยา ๗ ประเภท
22_0033
image
5. หน้าที่ของภรรยา ฆราวาสธรรม
image
6. ฆราวาสธรรม ๔
image
7. ครองรักให้ยั่งยืน
image
8. บุตร ๓ จำพวก
image
9. บิดา-มารดา คือพรหมของบุตร
image
10. การนอบน้อมต่อทิศทั้ง ๖
11_0172
image
11. ทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ๖ ประการ ฆราวาสธรรม
11_0185
image
12. เหตุแห่งการเสียประโยชน์สุขที่พึงได้ ฆราวาสธรรม
image
13. มิตรเทียม-มิตรแท้ ฆราวาสธรรม
image
14. ข้อประพฤติ ปฏิบัติต่อทิศทั้ง ๖
image
15. การสงเคราะห์บริษัท
21_0258
image
16. เหตุที่ทำให้ตระกูลมั่งคั่งตั้งอยู่ได้นาน ฆราวาสธรรม
image
17. ความสุขของผู้ครองเรือน
23_0007
image
18. ทรัพย์ ๗ อย่างที่อะไรก็พรากไปไม่ได้ ฆราวาสธรรม
image
19. ธรรมเพื่อประโยชน์สุขของผู้ครองเรือน
image
20. ผลแห่งทานอันพึงเห็นได้ในปัจจุบัน
23_0049
image
21. เหตุปัจจัยให้ทานมีอานิสงส์มาก ทาน
image
22. ความสะอาด 10 อย่าง
image
23. ห้วงบุญห้วงกุศล
image
24. บทส่งท้าย