55790 รายการ
-
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องศึกษาธรรมหมวดไหนเพื่อบรรลุธรรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ตรงนี้แหละที่เป็นหน้าที่ของอาจารย์ทั้งหลายที่ต้องจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนพระพาหิยะอย่างหนึ่ง สอนพระจูฬปันถกอีกอย่างหนึ่ง สอนพระโมคคัลลานะอีกอย่างหนึ่ง สอนพระสารีบุตรอีกอย่าง ไม่เหมือนกัน
https://uttayarndham.org/node/5108 -
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องศึกษาธรรมหมวดไหนเพื่อบรรลุธรรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ตรงนี้แหละที่เป็นหน้าที่ของอาจารย์ทั้งหลายที่ต้องจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จะเห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนพระพาหิยะอย่างหนึ่ง สอนพระจูฬปันถกอีกอย่างหนึ่ง สอนพระโมคคัลลานะอีกอย่างหนึ่ง สอนพระสารีบุตรอีกอย่าง ไม่เหมือนกัน
https://uttayarndham.org/node/5108 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
รู้น้อย บรรลุธรรมได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ตรงนี้สำคัญ คนทุกวันนี้ไม่หลุดเพราะไปรู้เยอะเกินไป อย่างพระจูฬปันถกท่านสวดอิติปิโสฯ ก็ไม่ได้ นั่งลูบผ้าขาวไปมาพอผ้าเปื้อน พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า “ดูกรจูฬปันถก จิตนี้ประภัสสรแต่เศร้าหมองเพราะกิเลสจรเข้ามา” ท่านก็สลัดความเศร้าหมองของจิตออก สลัดกิเ
https://uttayarndham.org/node/5107 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
อยู่ในความว่างแล้วควรทำอย่างไรต่อ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ พวกที่อยู่ในความว่างไม่ต้องถอยออกมาพิจารณาหยาบ ๆ ไม่ต้องออกมาพิจารณาร่างกาย ไม่ต้องออกมาพิจารณาอารมณ์อะไรแล้ว มันเลยสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว มันลึกมากแล้ว ดังนั้นตรงนั้นให้พิจารณาอย่างเดียวว่า แม้ความว่างนี้ก็ไม่เป็นตนแล้วปล่อยวาง จ
https://uttayarndham.org/node/5106 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105 -
เวลาเข้าสภาวะแล้วต้องการรักษาสภาวะนั้นควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
กำหนดรู้ตัวสภาวะนั้นให้ต่อเนื่อง การกำหนดรู้ไม่ใช่ไปกำหนดว่ารู้หนอ ๆ นะ แต่ให้จิตรู้สภาวะนั้นชัด แล้วให้ใจเสพสภาวะนั้น เหมือนกับการที่เราเห็นอาหารดีแล้วเราอยากให้อาหารนี้ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เราก็ให้กายเสพอาหาร
https://uttayarndham.org/node/5105
ในสมัยพุทธกาล มีพระมหาเถระมากมาย ผู้เพียบพร้อมด้วยธรรม และคุณวิเศษ เป็นเลิศด้านต่างๆ ได้ทำการสงเคราะห์โลกให้พ้นทุกข์โดยธรรม การได้ฟังธรรมของพระอรหันต์เป็นมงคล
การปฏิบัติตามธรรมของพระอรหันต์ยิ่งเป็นมงคลแก่ชีวิตจิตใจ จึงควรที่สาธุชนผู้ปรารถนามงคล ใคร่ในความเจริญ จะฟังธรรม ปฏิปทา และบุพพกรรมที่ทำให้ท่านเหล่านั้นสำเร็จอรหันต์ ทรงคุณวิเศษอันเลิศ และเกื้อกูลมหาชนให้พ้นทุกข์ได้มากมาย
มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวม “มหาเถรธรรม” ขึ้น เพื่อสร้างมหาเถระรุ่นใหม่สืบพระศาสนา และเพื่อสงเคราะห์ชนทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์ตามกำลังบุญบารมีที่อบรมกันดีแล้ว
ขอเชิญรับฟังได้ ณ บัดนี้
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
![]() |
1. บทนำ มหาเถรธรรม | |||
| 19_1369 |
![]() |
2. โลมสกังภิยสูตร | วิหารธรรมของพระเสขะ ต่างกับของพระพุทธองค์ | อานาปานัสสติ |
| 13_0630 |
![]() |
3. โฆฏมุขสูตร | โฆฏมุขพราหมณ์ | ศรัทธา |
![]() |
4. รถวินีตสูตร | ราชรถ ๗ ผลัด | ||
![]() |
5. อานันทสูตร | ปัจจัยให้มีและไม่ให้มีตัณหามานะทิฏฐิ | ||
| 22_0317 |
![]() |
6. มหาจุนทสูตร | ข้อควรศึกษาของผู้เจริญฌานและประกอบธรรม | ปฏิปทา |
| 24_0024 |
![]() |
7. มหาจุนทสูตร | ผู้ถูกโลภะครอบงำและไม่ถูกโลภะครอบงำ | การขัดเกลาและละกิเลส |
| 24_0085 |
![]() |
8. กัตถีสูตร | ภิกษุละธรรม ๑๐ ประการจักถึงความเจริญงอกงามในธรรมวินัย | การขัดเกลาและละกิเลส |
![]() |
9. คิลานสูตรที่ ๓ | พระผู้มีพระภาคหายประชวรด้วยโพชฌงค์ ๗ | ||
| 18_0541 |
![]() |
10. อิสิทัตตสูตร ๑ | ความต่างแห่งธาตุ | ธาตุ |
| 18_0546 |
![]() |
11. อิสิทัตตสูตร ๒ | การเกิดและไม่เกิดของสักกายทิฏฐิ | ทิฏฐิ |
| 22_0050 |
![]() |
12. นารทสูตร | พระนารทเถระ | สัจธรรม |
![]() |
13. รัฐปาลสูตร | ว่าด้วยพระรัฐปาละ | ||
| 19_0458 |
![]() |
14. อุทายิสูตร | พระผู้มีพระภาครับรองมรรคที่พระอุทายีได้แล้ว | ศรัทธา |
| 19_0781 |
![]() |
15. ปเทสสูตร | บุคคลจะชื่อว่าเป็นพระเสขะ | มหาสติ |
| 19_0783 |
![]() |
16. สมัตตสูตร | บุคคลจะชื่อว่าเป็นพระอเสขะ | มหาสติ |
![]() |
17. อนุรุทธสูตร | เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และเจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ | ||
| 22_0331 |
![]() |
18. จิตตหัตถิสาริปุตตสูตร | ภัยแห่งความคลุกคลีด้วยหมู่ | การขัดเกลาและละกิเลส |
| 15_0727 |
![]() |
19. นิกขันตสูตร | ผู้ออกบวช | การขัดเกลาและละกิเลส |
| 15_0730 |
![]() |
20. อรติสูตร | ความไม่ยินดี | การขัดเกลาและละกิเลส |
| 15_0733 |
![]() |
21. เปสลาติมัญญนาสูตร | การนึกดูหมิ่นภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก | การขัดเกลาและละกิเลส |

