55681 รายการ
-
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
นิรยสูตรที่ ๒ - ผู้ย่อมเกิดในนรก | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเกิดในนรก เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้กล่าวเท็จ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ กล่าวคำหยาบ ๑ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ๑ เป็นผู้โลภ ๑ และเป็นผู้คะนอง ๑
https://uttayarndham.org/node/5566 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565 -
ฉันนสูตร - โทษของราคะ - ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลผู้กำหนัด ถูกความกำหนัดครอบงำรัดรึงจิตไว้ ย่อมคิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเองบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง คิดเพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และผู้อื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
https://uttayarndham.org/node/5565
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

