55503 รายการ
-
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

