55503 รายการ
-
ปฏิสัลลีนสูตร - ผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เธอทั้งหลายเมื่ออยู่ในที่สงัด จงประกอบความเพียรเถิด ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง รู้อะไรตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง
https://uttayarndham.org/node/4677 -
ปฏิสัลลีนสูตร - ผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เธอทั้งหลายเมื่ออยู่ในที่สงัด จงประกอบความเพียรเถิด ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง รู้อะไรตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง
https://uttayarndham.org/node/4677 -
ปฏิสัลลีนสูตร - ผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เธอทั้งหลายเมื่ออยู่ในที่สงัด จงประกอบความเพียรเถิด ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง รู้อะไรตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง
https://uttayarndham.org/node/4677 -
ปฏิสัลลีนสูตร - ผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เธอทั้งหลายเมื่ออยู่ในที่สงัด จงประกอบความเพียรเถิด ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดย่อมรู้ตามความเป็นจริง รู้อะไรตามความเป็นจริง รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง
https://uttayarndham.org/node/4677 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ผู้ไม่หวั่นไหวในที่ไหน ๆ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
นรชนทั้งหลายที่ทรามปัญญา มีความสำคัญในกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีอยู่ด้วยกิเลสเป็นเหตุให้เนิ่นช้า เป็นสัตว์ที่มีสัญญา ย่อมวกเวียนอยู่ ก็บุคคลบรรเทาใจที่ประกอบด้วยปัญจกามคุณทั้งปวงแล้ว
https://uttayarndham.org/node/4676 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675 -
สังคัยหสูตรที่ ๑ - ไม่ยินดียินร้ายเพราะผัสสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลถูกสัมผัสที่เป็นสุขกระทบเข้าแล้ว และถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบเข้าแล้ว ไม่พึงหวั่นไหวในระหว่าง ๆ ควรวางเฉยผัสสะทั้งที่เป็นสุขทั้งที่เป็นทุกข์ทั้งสอง ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายเพราะผัสสะอะไร ๆ
https://uttayarndham.org/node/4675
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

