55628 รายการ
-
มลสูตร - โทสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โทสะทำให้เกิดความฉิบหาย โทสะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้จักโทสะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนโกรธย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โทสะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4146 -
มลสูตร - โทสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โทสะทำให้เกิดความฉิบหาย โทสะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้จักโทสะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนโกรธย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โทสะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4146 -
มลสูตร - โทสะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โทสะทำให้เกิดความฉิบหาย โทสะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้จักโทสะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนโกรธย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โทสะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4146 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

