อานนทธรรม
56261 รายการ
-
อภัพพสูตร - ชาติ ชรา มรณะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ธรรม ๓ ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก ธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศไว้แล้ว ไม่พึงรุ่งเรืองในโลก ๓ ประการเป็นไฉน คือ ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ ธรรมทั้ง ๓ ประการนี้แล ไม่พึงมีในโลก
https://uttayarndham.org/node/4421 -
อภัพพสูตร - ชาติ ชรา มรณะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ธรรม ๓ ประการนี้ ไม่พึงมีในโลก พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พึงบังเกิดในโลก ธรรมวินัยที่พระตถาคตทรงประกาศไว้แล้ว ไม่พึงรุ่งเรืองในโลก ๓ ประการเป็นไฉน คือ ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ ธรรมทั้ง ๓ ประการนี้แล ไม่พึงมีในโลก
https://uttayarndham.org/node/4421 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

