ธรรมวิภังค์
56226 รายการ
-
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353
ธรรมวิภังค์ หรือ ธรรมวิเคราะห์ เป็นการจำแนกแจกแจงสัจธรรมและระบบคุณธรรมโดยพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทำให้ธรรมชนทั้งหลายสามารถเข้าใจสัจธรรมได้อย่างลึกซึ้งเป็นระบบ ยกระดับปัญญาให้ถูกธรรม อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อชีวิตจิตใจ และการบรรลุธรรม
ธรรมวิภังค์ที่ทรงแสดงไว้นี้ เป็นระบบธรรมหลักสำคัญที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การบรรลุธรรม และการสืบทอดพระศาสนา จึงสมควรอย่างยิ่งที่ธรรมชนจะใส่ใจ ศึกษาให้เข้าใจ น้อมเข้ามาใส่ตน ปฏิบัติจริงจังให้บังเกิดผลจริง ทั้งปรับชีวิต จิตใจ ความสัมพันธ์ และกิจการงานให้เข้ากับระบบธรรมเหล่านี้ จึงจะเจริญโดยธรรมอย่างยิ่ง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้จัดทำพระไตรปิฎกเสียงสมจริง ชุด “ธรรมวิภังค์” นี้ขึ้น ให้เป็นคู่มือแก่ธรรมชน และกัลยณชนคนดีผู้ใฝ่ในความเจริญทั้งหลาย
ขอเชิญรับฟังได้ ณ บัดนี้
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
![]() |
1. บทนำ ธรรมวิภังค์ | |||
| 14_0598 |
![]() |
2. มหากัมมวิภังคสูตร | การจำแนกกรรม สูตรใหญ่ | กรรม |
| 14_0539 |
![]() |
3. จูฬกัมมวิภังคสูตร | การจำแนกกรรม สูตรเล็ก | กรรม |
| 14_0706 |
![]() |
4. ทักขิณาวิภังคสูตร | การจำแนกทักษิณาทาน | ทาน |
| 14_0698 |
![]() |
5. สัจจวิภังคสูตร | การจำแนกอริยสัจ | อริยสัจ ๔ |
| 14_0033 |
![]() |
6. วิภังคสูตร | อริยมรรค ๘ | มรรค ๘ |
| 19_0815 |
![]() |
7. วิภังคสูตร | ปฏิปทาอันให้ถึงการเจริญสติปัฏฐาน | มหาสติ |
| 14_0004 |
![]() |
8. วิภังคสูตร | การจำแนกปฏิจจสมุปบาท | ปัจจยาการ |
| 19_1179 |
![]() |
9. วิภังคสูตร | วิธีเจริญอิทธิบาท ๔ | การเจริญอิทธิบาท ๔, วิชชา ๘ |
| 19_0858 |
![]() |
10. วิภังคสูตรที่ ๑ | ความหมายของอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0864 |
![]() |
11. วิภังคสูตรที่ ๒ | หน้าที่ของอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0925 |
![]() |
12. วิภังคสูตรที่ ๑ | การจำแนกอินทรีย์ ๕ | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0931 |
![]() |
13. วิภังคสูตรที่ ๒ | อินทรีย์ ๕ เป็นสุข ทุกข์ และอทุกขมสุข | อินทรีย์ ๕ |
| 19_0940 |
![]() |
14. วิภังคสูตรที่ ๓ | อินทรีย์ ๕ ย่นเข้าเป็น ๓ | อินทรีย์ ๕ |
| 14_0825 |
![]() |
15. สฬายตนวิภังคสูตร | การจำแนกอายตนะ ๖ | อายตนะ ๖, ลำดับแห่งธรรม |
| 14_0617 |
![]() |
16. สฬายตนวิภังคสูตร | การจำแนกสฬายตนะ | อายตนะ ๖, การพิจารณาธรรม |
| 14_0673 |
![]() |
17. ธาตุวิภังคสูตร | การจำแนกธาตุ | ธาตุ, การพิจารณาธรรม |
| 14_0638 |
![]() |
18. อุทเทสวิภังคสูตร | อุทเทสและวิภังค์ | การพิจารณาธรรม, ลำดับแห่งธรรม |
| 14_0638 |
![]() |
19. อรณวิภังคสูตร | การจำแนกธรรมที่ไม่มีกิเลส | การขัดเกลาและละกิเลส |
![]() |
20. บทส่งท้าย |

