55790 รายการ
-
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
สังคัยหสูตรที่ ๒ - สติหลงไป | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สติหลงไปเพราะเห็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูปเป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้งมีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็นแดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น
https://uttayarndham.org/node/2953 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
อาเนญชสัปปายสูตร - กาม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นในเรื่องกามดังนี้ว่า กามทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า และกามสัญญาทั้งที่มีในภพนี้ ทั้งที่มีในภพหน้า ทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นบ่วงแห่งมาร เป็นแดนแห่งมาร เป็นเหยื่อแห่งมาร เป็นที่หากินของมาร
https://uttayarndham.org/node/3287 -
ชตุกัณณีปัญหา - ผู้พ้นชาติและชรา | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ธรรมเครื่องละชาติและชรา ท่านได้เห็นซึ่งเนกขัมมะโดยความเป็นธรรมอันเกษมแล้ว จงนำความกำหนัดในกามทั้งหลายเสียให้สิ้นเถิด อนึ่ง กิเลสชาติเครื่องกังวลที่ท่านยึดไว้แล้ว (ด้วยอำนาจตัณหาและทิฐิ)
https://uttayarndham.org/node/2952 -
ชตุกัณณีปัญหา - ผู้พ้นชาติและชรา | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ธรรมเครื่องละชาติและชรา ท่านได้เห็นซึ่งเนกขัมมะโดยความเป็นธรรมอันเกษมแล้ว จงนำความกำหนัดในกามทั้งหลายเสียให้สิ้นเถิด อนึ่ง กิเลสชาติเครื่องกังวลที่ท่านยึดไว้แล้ว (ด้วยอำนาจตัณหาและทิฐิ)
https://uttayarndham.org/node/2952
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

