อานนทธรรม
56261 รายการ
-
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มลสูตร - โมหะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โมหะทำให้เกิดความฉิบหาย โมหะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโมหะอันเกิดในภายในว่าเป็นภัย คนหลงย่อมไม่รู้จักประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โมหะย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมือตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็บุคคลใดละโมหะได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4145 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
มูลสูตร - โลภะ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
โลภะทำให้เกิดความฉิบหาย โลภะทำจิตให้กำเริบ ชนไม่รู้สึกโลภะอันเกิดแล้วในภายในว่าเป็นภัย คนโลภย่อมไม่รู้ประโยชน์ ย่อมไม่เห็นธรรม โลภะย่อมครอบงำนรชนในขณะนั้น ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น ก็ผู้ใดละความโลภได้ขาด
https://uttayarndham.org/node/4144 -
ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง
https://uttayarndham.org/node/4143 -
ผู้มีปัญญาพละ ไม่ห่างจากฌาน | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ถ้าภิกษุเจริญปัญญาพละ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่ง
https://uttayarndham.org/node/4143
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

