อานนทธรรม
56278 รายการ
-
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
สมยสูตรที่ ๒ - สมัยที่ควรพบครูบาอาจารย์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
สมัยที่ควรเพื่อเข้าไปพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ...สมัยใด ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีใจถูกกามราคะกลุ้มรุม ถูกกามราคะครอบงำอยู่ และเธอย่อมไม่ทราบชัดตามความเป็นจริง ซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งกามราคะที่เกิดขึ้นแล้ว
https://uttayarndham.org/node/3674 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ มีสติก้าวไป มีสติถอยกลับ มีสติยืนอยู่ มีสตินั่งอยู่ มีสตินอน มีสติประกอบการงาน นี้เป็นอนุสสติซึ่งภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อสติสัมปชัญญะ
https://uttayarndham.org/node/3673 -
พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายนี้ เบื้องบนตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำตั้งแต่ปลายผมลงมา มีหนังห่อหุ้มเต็มด้วยสิ่งไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า ในกายนี้ มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก
https://uttayarndham.org/node/3672 -
พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายนี้ เบื้องบนตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำตั้งแต่ปลายผมลงมา มีหนังห่อหุ้มเต็มด้วยสิ่งไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า ในกายนี้ มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก
https://uttayarndham.org/node/3672 -
พระอานนท์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายนี้ เบื้องบนตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำตั้งแต่ปลายผมลงมา มีหนังห่อหุ้มเต็มด้วยสิ่งไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า ในกายนี้ มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก
https://uttayarndham.org/node/3672
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

