อานนทธรรม
55969 รายการ
-
จูฬราหุโลวาทสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, อ่าน จูฬราหุโลวาทสูตร
https://uttayarndham.org/node/5629 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
ชาคริยสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้มีความเพียรเป็นเครื่องตื่น มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น เบิกบาน ผ่องใส เห็นแจ้งในกุศลธรรมทั้งหลายสมควรแก่กาล ในการประกอบกรรมฐานนั้นเนืองๆ พึงหวังผล ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทานเหลืออ
https://uttayarndham.org/node/5630 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631 -
เมตตาสูตรที่ ๒ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่าบุคคล ๔ จำพวก มีปรากฏในโลกนี้ คือ บุคคลผู้มีใจประกอบด้วยเมตตา ๑ มีใจประกอบด้วยกรุณา ๑ มีใจประกอบด้วยมุทิตา ๑ มีใจประกอบด้วยอุเบกขา ๑
https://uttayarndham.org/node/5631
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

