อานนทธรรม
56085 รายการ
-
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เหตุเกิด-ทุกข์-วิบาก และปฏิทาให้ถึงความดับทุกข์ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ตัณหา เป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความต่างแห่งทุกข์ คือ ทุกข์มากก็มี ทุกข์น้อยก็มี ทุกข์ที่คลายช้าก็มี ทุกข์ที่คลายเร็วก็มี นี้เรียกว่าความต่างแห่งทุกข์ บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกทุกข์อย่างใดครอบงำ
https://uttayarndham.org/node/4825 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - เจตนาเป็นกรรม | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
เรากล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม บุคคลคิดแล้วจึงกระทำกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เราย่อมกล่าววิบากแห่งกรรมว่ามี ๓ ประการ กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ๑ กรรมที่ให้ผลในภพที่เกิด ๑ กรรมที่ให้ผลในภพต่อ ๆ ไป ๑
https://uttayarndham.org/node/4824 -
นิพเพธิกสูตร - อาสวะ ๓ ประการ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อาสวะ ๓ ประการ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ ก็เหตุเกิดแห่งอาสวะ คือ อวิชชา ก็ความต่างแห่งอาสวะ คือ อาสวะที่เป็นเหตุให้ไปสู่นรกก็มี ที่เป็นเหตุให้ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานก็มี
https://uttayarndham.org/node/4823 -
นิพเพธิกสูตร - อาสวะ ๓ ประการ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อาสวะ ๓ ประการ คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ ก็เหตุเกิดแห่งอาสวะ คือ อวิชชา ก็ความต่างแห่งอาสวะ คือ อาสวะที่เป็นเหตุให้ไปสู่นรกก็มี ที่เป็นเหตุให้ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานก็มี
https://uttayarndham.org/node/4823
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

