อานนทธรรม
56085 รายการ
-
มหาตัณหาสังขยสูตร - เพราะความเพลิดเพลินดับ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์ที่น่าชัง เป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ย่อมทราบชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมด
https://uttayarndham.org/node/4681 -
มหาตัณหาสังขยสูตร - เพราะความเพลิดเพลินดับ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์ที่น่าชัง เป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ย่อมทราบชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมด
https://uttayarndham.org/node/4681 -
มหาตัณหาสังขยสูตร - เพราะความเพลิดเพลินดับ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์ที่น่าชัง เป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ย่อมทราบชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมด
https://uttayarndham.org/node/4681 -
มหาตัณหาสังขยสูตร - เพราะความเพลิดเพลินดับ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์ที่น่าชัง เป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ย่อมทราบชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมด
https://uttayarndham.org/node/4681 -
มหาตัณหาสังขยสูตร - เพราะความเพลิดเพลินดับ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมไม่กำหนัดในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ย่อมไม่ขัดเคืองในธรรมารมณ์ที่น่าชัง เป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ย่อมทราบชัดเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมด
https://uttayarndham.org/node/4681 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อนาถปิณฑิโกวาทสูตร - ไม่ยึดมั่นในอารมณ์ใด | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
อารมณ์ใดที่เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบ ได้รู้แจ้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจแล้ว เราจักไม่ยึดมั่นอารมณ์แม้นั้น และวิญญาณที่อาศัยอารมณ์นั้นจักไม่มีแก่เรา ท่านพึงสำเหนียกไว้อย่างนี้เถิด
https://uttayarndham.org/node/4680 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679 -
อายตนสูตร - ผู้มีสติก้าวล่วงโลกามิส | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้นนี้ เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้ามีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น
https://uttayarndham.org/node/4679
พระอานนท์ทรงเป็นพระอนุชาสหชาติกับพระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมหาสาวกผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพระศาสนาทั้งเป็นพระพุทธอุปัฏฐาก ทั้งรักษาพระธรรม ทั้งดูแลการจัดการสารพัดกิจให้ลุล่วงด้วยดี จนพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นภิกษุผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายห้าด้านคือ
1) เป็นเลิศด้านมีสติรอบคอบ
2) เป็นเลิศด้านมีคติจำได้มาก
3) เป็นเลิศด้านมีความเพียรมาก
4) เป็นเลิศด้านรอบรู้มาก
5) เป็นเลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นเลิศเหล่านั้น ทำให้พระอานนท์เป็นพระมหาเถระที่ทรงแสดงธรรมได้เหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุด ซึ่งพระพุทธองค์ทรงโปรดให้แสดงธรรมแทนเนืองๆ ในครั้งสังคายนาพระธรรมเมื่อพุทธศักราชที่หนึ่ง พระอานนท์ทรงเป็นผู้สาธยายธรรมทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วแก่สภาพระอรหันต์ รวบรวมเป็นพระสุตตันตปิฎกส่วนใหญ่และพระวินัยปิฏกบางส่วน ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระธรรมอย่างเที่ยงตรงสืบมาจนถึงทุกวันนี้ คุณูปการของพระอานนท์ใหญ่หลวงนักต่อพระพุทธศาสนาและพุทธชนทั้งหลาย
มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้รวบรวมพระธรรมของพระอานนท์ที่ทรงแสดงแก่บุคคลต่างๆ ในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่พุทธชนทั้งหลายในการเข้าถึงธรรมอันเที่ยงตรง ดื่มด่ำกับธรรมรสอันงดงาม

