56274 รายการ
-
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปล่อยวางครอบครัวทำได้ยากมาก ควรทำอย่างไร | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะหมวดนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสอนพระรูปหนึ่งซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ตอนที่ท่านใกล้จะตายก็มานิมนต์พระไปโปรด พระอานนท์ก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าจะให้สอนพระรูปนั้นว่าอย่างไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “อานนท์เธอจงไปนำจิตอย่างนี้ คือ ให้ป
https://uttayarndham.org/node/5680 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ปีติจากฌานและญาณ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปีติที่เกิดจากการได้ฌานมันจะมีความซาบซ่านอยู่ตามตัวด้วย แต่ปีติอันเกิดจากการได้ปัญญาญาณมันจะมีความร่าเริงในจิต มันเหมือนจิตหัวเราะ จิตมันใหญ่มันบานขึ้นมา มันคนละรสกัน
https://uttayarndham.org/node/5679 -
ความเจริญทางโลกและทางธรรมไปด้วยกันได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปรับให้เกิดทิฏฐุชุกัมม์ คือ ปรับความเห็นให้ตรงสัจจะ ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิปทา สัมมาทิฏฐิ คือ ทัศนคติถูกต้องตรงสัจธรรม สัมมาปฏิปทา คือ ปฏิบัติถูกต้องตรงคุณธรรม เมื่อสองส่วนนี้ไปด้วยกันได้ดีก็จะเจริญ
https://uttayarndham.org/node/5678 -
ความเจริญทางโลกและทางธรรมไปด้วยกันได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปรับให้เกิดทิฏฐุชุกัมม์ คือ ปรับความเห็นให้ตรงสัจจะ ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิปทา สัมมาทิฏฐิ คือ ทัศนคติถูกต้องตรงสัจธรรม สัมมาปฏิปทา คือ ปฏิบัติถูกต้องตรงคุณธรรม เมื่อสองส่วนนี้ไปด้วยกันได้ดีก็จะเจริญ
https://uttayarndham.org/node/5678 -
ความเจริญทางโลกและทางธรรมไปด้วยกันได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปรับให้เกิดทิฏฐุชุกัมม์ คือ ปรับความเห็นให้ตรงสัจจะ ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิปทา สัมมาทิฏฐิ คือ ทัศนคติถูกต้องตรงสัจธรรม สัมมาปฏิปทา คือ ปฏิบัติถูกต้องตรงคุณธรรม เมื่อสองส่วนนี้ไปด้วยกันได้ดีก็จะเจริญ
https://uttayarndham.org/node/5678 -
ความเจริญทางโลกและทางธรรมไปด้วยกันได้หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ปรับให้เกิดทิฏฐุชุกัมม์ คือ ปรับความเห็นให้ตรงสัจจะ ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิปทา สัมมาทิฏฐิ คือ ทัศนคติถูกต้องตรงสัจธรรม สัมมาปฏิปทา คือ ปฏิบัติถูกต้องตรงคุณธรรม เมื่อสองส่วนนี้ไปด้วยกันได้ดีก็จะเจริญ
https://uttayarndham.org/node/5678
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

