55541 รายการ
-
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355
พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่สิ้นอาสวะแล้วแล คือมหาบุรุษในโลก” เพราะการสิ้นอาสวะเป็นความสำเร็จอันสูงสุดที่มนุษย์พึงเข้าถึงได้ เมื่อสำเร็จแล้วย่อมเป็นประโยชน์สุขอันยิ่งแก่ตน และเป็นที่พึ่งให้แก่จิตใจทั้งหลายได้ เป็นบุคคลล้ำค่าที่หาได้ยากในโลก
ในสมัยพุทธกาล มีกุลบุตร กุลธิดา ที่ตั้งใจบำเพ็ญธรรมจริงจังจนได้เข้าถึงความเป็น มหาบุรุษ มหาสตรี หลายท่าน แต่ละท่านล้วนมีคุณล้ำค่าควรแก่การศึกษาและระลึกถึง
โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก มูลนิธิอุทยานธรรม จึงได้รวบรวมร้อยเรียงเชื่อมโยงการบำเพ็ญเพียรของแต่ละท่านตั้งแต่การตั้งจิต บุพกรรม การปฏิบัติจิต การบรรลุธรรม ปฏิปทา วาสนา และธรรมเทศนา เพื่อเป็นแบบอย่างอันดี และเป็นมรดกธรรมล้ำค่าของพระศาสนาแก่มวลมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

