56085 รายการ
-
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๒ | สัมมาธรรม
ธรรม ๒ คือ นาม ๑ และรูป ๑ อวิชชา ๑ และภวตัณหา ๑ ภวทิฐิ ๑ และวิภวทิฐิ ๑ ความไม่ละอาย ๑ และความไม่เกรงกลัว ๑ ความละอาย ๑ และความเกรงกลัว ๑
https://uttayarndham.org/node/5570 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๒ | สัมมาธรรม
ธรรม ๒ คือ นาม ๑ และรูป ๑ อวิชชา ๑ และภวตัณหา ๑ ภวทิฐิ ๑ และวิภวทิฐิ ๑ ความไม่ละอาย ๑ และความไม่เกรงกลัว ๑ ความละอาย ๑ และความเกรงกลัว ๑
https://uttayarndham.org/node/5570 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๓ | สัมมาธรรม
อกุศลมูล ๓ คือ ๑. โลภะ ๒. โทสะ ๓. โมหะ กุศลมูล ๓ คือ ๑. อโลภะ ๒. อโทสะ ๓. อโมหะ ทุจริต ๓ คือ ๑. กายทุจริต ๒. วจีทุจริต ๓. มโนทุจริต
https://uttayarndham.org/node/5571 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๓ | สัมมาธรรม
อกุศลมูล ๓ คือ ๑. โลภะ ๒. โทสะ ๓. โมหะ กุศลมูล ๓ คือ ๑. อโลภะ ๒. อโทสะ ๓. อโมหะ ทุจริต ๓ คือ ๑. กายทุจริต ๒. วจีทุจริต ๓. มโนทุจริต
https://uttayarndham.org/node/5571 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๔ | สัมมาธรรม
สติปัฏฐาน ๔ คือ ๑. เห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ อันทิฏฐิและตัณหาไม่อาศัยแล้ว
https://uttayarndham.org/node/5572 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๔ | สัมมาธรรม
สติปัฏฐาน ๔ คือ ๑. เห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ อันทิฏฐิและตัณหาไม่อาศัยแล้ว
https://uttayarndham.org/node/5572 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๕ | สัมมาธรรม
ขันธ์ ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ - กองรูป ๒. เวทนาขันธ์ - กองเวทนา ๓. สัญญาขันธ์ - กองสัญญา ๔. สังขารขันธ์ - กองสังขาร ๕. วิญญาณขันธ์ - กองวิญญาณ อุปาทานขันธ์ ๕ คือ
https://uttayarndham.org/node/5573 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๕ | สัมมาธรรม
ขันธ์ ๕ คือ ๑. รูปขันธ์ - กองรูป ๒. เวทนาขันธ์ - กองเวทนา ๓. สัญญาขันธ์ - กองสัญญา ๔. สังขารขันธ์ - กองสังขาร ๕. วิญญาณขันธ์ - กองวิญญาณ อุปาทานขันธ์ ๕ คือ
https://uttayarndham.org/node/5573 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๖ | สัมมาธรรม
อายตนะภายใน ๖ คือ ๑. อายตนะ คือ ตา ๒. อายตนะ คือ หู ๓. อายตนะ คือ จมูก ๔. อายตนะ คือ ลิ้น ๕. อายตนะ คือ กาย ๖. อายตนะ คือ ใจ อายตนะภายนอก ๖ คือ
https://uttayarndham.org/node/5574 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๖ | สัมมาธรรม
อายตนะภายใน ๖ คือ ๑. อายตนะ คือ ตา ๒. อายตนะ คือ หู ๓. อายตนะ คือ จมูก ๔. อายตนะ คือ ลิ้น ๕. อายตนะ คือ กาย ๖. อายตนะ คือ ใจ อายตนะภายนอก ๖ คือ
https://uttayarndham.org/node/5574 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๙ | สัมมาธรรม
อาฆาตวัตถุ ๙ คือ ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ๑. ผู้นี้ได้ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา ๒. ผู้นี้ประพฤติอยู่ซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา ๓. ผู้นี้จักประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา
https://uttayarndham.org/node/5577 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๙ | สัมมาธรรม
อาฆาตวัตถุ ๙ คือ ผูกอาฆาตด้วยคิดว่า ๑. ผู้นี้ได้ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา ๒. ผู้นี้ประพฤติอยู่ซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา ๓. ผู้นี้จักประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่เรา
https://uttayarndham.org/node/5577 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๑๐ | สัมมาธรรม
นาถกรณธรรม ๑๐ (ธรรมอันเป็นที่พึ่ง) คือ ๑. เป็นผู้สำรวมระวังในพระปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยมรรยาทและโคจรอยู่ มีปรกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อย สมาทานอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
https://uttayarndham.org/node/5578 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - หมวด ๑๐ | สัมมาธรรม
นาถกรณธรรม ๑๐ (ธรรมอันเป็นที่พึ่ง) คือ ๑. เป็นผู้สำรวมระวังในพระปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยมรรยาทและโคจรอยู่ มีปรกติเห็นภัยในโทษเพียงเล็กน้อย สมาทานอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
https://uttayarndham.org/node/5578 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - บทนำ | สัมมาธรรม
...ณ นครปาวา พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งกะท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรสารีบุตร ภิกษุสงฆ์ปราศจากถีนะและมิทธะ สารีบุตร จงแสดงธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย... ... ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า
https://uttayarndham.org/node/5568 -
พระธรรมรวบยอด สังคีติสูตร - บทนำ | สัมมาธรรม
...ณ นครปาวา พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งกะท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรสารีบุตร ภิกษุสงฆ์ปราศจากถีนะและมิทธะ สารีบุตร จงแสดงธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย... ... ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า
https://uttayarndham.org/node/5568
พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคประทานให้ไว้เป็นมรดกแด่มนุษยชาติ เหมาะสำหรับชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะอาชีพ
ฆราวาสธรรม คือพระธรรมที่พระพุทธองค์ ประทานแก่ผู้ครองเรือน ซึ่งครอบคลุมทุกมิติหลัก ในการดำเนินชีวิต กิจการงาน ความสัมพันธ์ ให้เจริญทั้งทางโลก และทางธรรม สมควรที่พุทธชนจะได้ศึกษา สมาทาน และปฏิบัติตาม เพื่อความเจริญอย่างเป็นสุข แก่ตน ครอบครัว องค์กร และสังคม

