พุทธวงศ์
55512 รายการ
-
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ทำไมนั่งสมาธิได้ดีกว่าเดินจงกรม | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
แต่ละคนจะมีจริตไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงสั่งไว้ว่า “เธอจงประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม” ให้เหมาะกับสภาวะของตัวเอง อาการแห่งการบรรลุธรรม พระอานนท์บอกว่ามีได้ ๔ อาการ คือ ๑) ขณะฟังธรรม ๒) ขณะพิจารณาธรรม ๓) ขณะแสดงธรรม ๔) ขณะที่จิตรวมกัน
https://uttayarndham.org/node/5358 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
ควรทำอย่างไรเมื่อมีธรรมไหลออกมาจากใจ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
ธรรมะที่จะสอนตัวเราเองจะมีได้หลายขณะ ขณะหนึ่ง คือเมื่อเราเข้าสมาธิไปลึก ๆ แล้ว เราก็เกิดญาณโดยธรรมชาติ ญาณนั้นจะสัมผัสความเป็นจริงตรงจริง ลักษณะของญาณคือจะทั้งรู้ ทั้งเห็น เข้าใจแจ่มแจ้งเบ็ดเสร็จเลย จะไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น นั้นคือ perfect wisdom
https://uttayarndham.org/node/5356 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355
ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความบริสุทธิ์บริบูรณ์สูงสุดในความมีอยู่เป็นอยู่ทั้งปวง เป็นที่สุดแห่งวิวัฒนาการ จึงเป็นที่ปรารถนาของมหาเทพ มหาพรหมจำนวนมาก หลายท่านได้ทุ่มเทบำเพ็ญบารมีเพื่อพุทธภูมิ กระนั้นก็มีน้อยนักที่ประสบความสำเร็จสูงสุดได้
การมีพระพุทธเจ้ามากนั้นเป็นการดีต่อสรรพจิตในจักรวาลทั้งหลาย โครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก จึงได้รวบรวม พุทธวงศ์ โดยวิภังค์และสังคณี อย่างเป็นระบบ ครบถ้วน กระบวนการบำเพ็ญเพียรที่ถูกต้อง ได้ผลจริง จนถึงพระสัพพัญญุตญาณอันไร้ขอบเขต เป็นที่พึ่งสูงสุดแก่สรรพจิตทุกจักรวาล เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และแบบอย่างอันประเสริฐยิ่ง แก่กัลยาณชนทั้งหลาย
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
![]() |
1. บทนำ | |||
| 33_1001 |
![]() |
2. รัตนะจงกรมกัณฑ์ | พระพุทธองค์ทรงเนรมิตที่จงกรมแก้ว | พุทธการกธรรม |
| 25_0033 |
![]() |
3. สุเมธกถา | สุเมธดาบส | พุทธการกธรรม |
| 33_0001 |
![]() |
4. ทีปังกรพุทธวงศ์ที่ ๑ | พระประวัติพระทีปังกรพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0003 |
![]() |
5. โกณฑัญญพุทธวงศ์ที่ ๒ | พระประวัติพระโกณฑัญญะพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0004 |
![]() |
6. มังคลพุทธวงศ์ที่ ๓ | พระประวัติพระมงคลพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_005 |
![]() |
7. สุมนพุทธวงศ์ที่ ๔ | พระประวัติพระสุมนพุทธเจ้า | |
| 33_0006 |
![]() |
8. เรวตพุทธวงศ์ที่ ๕ | พระประวัติพระเรวตพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0007 |
![]() |
9. โสภิตพุทธวงศ์ที่ ๖ | พระประวัติพระโสภิตพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0008 |
![]() |
10. อโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗ | พระประวัติพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0009 |
![]() |
11. ปทุมพุทธวงศ์ที่ ๘ | พระประวัติพระปทุมพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0010 |
![]() |
12. นารทพุทธวงศ์ที่ ๙ | พระประวัติพระนารทพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0011 |
![]() |
13. ปทุมุตรพุทธวงศ์ที่ ๑๐ | พระประวัติพระปทุมุตรพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0012 |
![]() |
14. สุเมธพุทธวงศ์ที่ ๑๑ | พระประวัติพระสุเมธพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0013 |
![]() |
15. สุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒ | พระประวัติพระสุชาตพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0014 |
![]() |
16. ปิยทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๓ | พระประวัติพระปิยทัสสีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0015 |
![]() |
17. อัตถทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๔ | พระประวัติพระอัตถทัสสีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0016 |
![]() |
18. ธรรมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๕ | พระประวัติพระธรรมทัสสีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0017 |
![]() |
19. สิทธัตถพุทธวงศ์ที่ ๑๖ | พระประวัติพระสิทธัตถพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0018 |
![]() |
20. ติสสพุทธวงศ์ที่ ๑๗ | พระประวัติพระติสสพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0019 |
![]() |
21. ปุสสพุทธวงศ์ที่ ๑๘ | พระประวัติพระปุสสพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0020 |
![]() |
22. วิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙ | พระประวัติพระวิปัสสีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0021 |
![]() |
23. สิขีพุทธวงศ์ที่ ๒๐ | พระประวัติพระสิขีพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0022 |
![]() |
24. เวสสภูพุทธวงศ์ที่ ๒๑ | พระประวัติพระเวสสภูพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0023 |
![]() |
25. กุกกุสันธพุทธวงศ์ที่ ๒๒ | พระประวัติพระกกุสันธพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0024 |
![]() |
26. โกนาคมนพุทธวงศ์ที่ ๒๓ | พระประวัติพระโกนาคมนพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0025 |
![]() |
27. กัสสปพุทธวงศ์ที่ ๒๔ | พระประวัติพระกัสสปพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0026 |
![]() |
28. โคตมพุทธวงศ์ที่ ๒๕ | พระประวัติพระโคตมพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0027 |
![]() |
29. พุทธปกิรณกกัณฑ์ | เรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า | พุทธการกธรรม |
| 33_0028 |
![]() |
30. ธาตุภาชนียกถา | การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ | ศรัทธา |

