ความไม่ประมาท ชุดที่ ๑
55966 รายการ
-
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
จิตของคนที่ร่างกายตอบสนองอะไรไม่ได้ ยังรับรู้อยู่หรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
โดยหลักการ จิตจะรู้แค่ไหนขึ้นอยู่กับ 1. การใส่ใจ 2. การทำงานของระบบประสาทและสมอง 3. กรรม หากจิตดีใส่ใจ และประสาทไม่ทำงาน หากกรรมเปิดไม่ปิดกั้น ก็จะรู้แต่ไม่สนองตอบ หากกรรมไม่ดีปิดกั้น ก็จะรู้เลือนๆ
https://uttayarndham.org/node/5355 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอาชีพค้าขายเคมีเกษตรบาปหรือไม่ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
เปลี่ยนได้ก็เปลี่ยน จำไว้ว่าธุรกิจไม่ใช่สรณะ ธุรกิจเป็นเพียงพาหนะ สินค้าเป็นเพียงชิ้นส่วนอย่าไปคิดว่าเราจะต้องขายสินค้านี้ตลอดไป ถ้าชิ้นส่วนนี้มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถพัง ไม่พังก็พาตกเหว ก็เปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ หากเปลี่ยนชิ้นส่วนไม่ได้ก็เปลี่ยนพาหนะคัน
https://uttayarndham.org/node/5354 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
ทำอย่างไรให้ความคิดและความรู้สึกห่างกัน | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
อันนี้ดี เพราะว่าคนทั่วไปความคิดกับความรู้สึกมักจะพันกันอยู่ จริง ๆ แล้ว พอเรานั่งสมาธิไปลึก เราจะพบว่า มันเหลือแต่ความรู้สึก ความคิดไม่มี พอลึกเข้าไปอีกจนสุด เหลือแต่รู้ รู้สึกก็ไม่มี
https://uttayarndham.org/node/5353 -
กุศลใดที่ส่งไปให้คนที่รักได้ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
มรรคผล ทันทีที่เราเข้ามรรคผลเต็มตัว ใครก็ตามที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเรามา เคยมีบุญคุณกับเราแม้เล็กน้อย เขาจะได้อานิสงส์ทั้งหมดทุกคนโดยอัตโนมัติในชาตินี้ แต่ถ้าในชาติอื่น ๆ ก็ต้องอนุโมทนาด้วย รองจากมรรคผล คือฌานสมาบัติ
https://uttayarndham.org/node/5352 -
กุศลใดที่ส่งไปให้คนที่รักได้ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
มรรคผล ทันทีที่เราเข้ามรรคผลเต็มตัว ใครก็ตามที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเรามา เคยมีบุญคุณกับเราแม้เล็กน้อย เขาจะได้อานิสงส์ทั้งหมดทุกคนโดยอัตโนมัติในชาตินี้ แต่ถ้าในชาติอื่น ๆ ก็ต้องอนุโมทนาด้วย รองจากมรรคผล คือฌานสมาบัติ
https://uttayarndham.org/node/5352 -
กุศลใดที่ส่งไปให้คนที่รักได้ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
มรรคผล ทันทีที่เราเข้ามรรคผลเต็มตัว ใครก็ตามที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเรามา เคยมีบุญคุณกับเราแม้เล็กน้อย เขาจะได้อานิสงส์ทั้งหมดทุกคนโดยอัตโนมัติในชาตินี้ แต่ถ้าในชาติอื่น ๆ ก็ต้องอนุโมทนาด้วย รองจากมรรคผล คือฌานสมาบัติ
https://uttayarndham.org/node/5352 -
กุศลใดที่ส่งไปให้คนที่รักได้ | Dhamma Sharing (ธรรมกระจ่าง)
มรรคผล ทันทีที่เราเข้ามรรคผลเต็มตัว ใครก็ตามที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเรามา เคยมีบุญคุณกับเราแม้เล็กน้อย เขาจะได้อานิสงส์ทั้งหมดทุกคนโดยอัตโนมัติในชาตินี้ แต่ถ้าในชาติอื่น ๆ ก็ต้องอนุโมทนาด้วย รองจากมรรคผล คือฌานสมาบัติ
https://uttayarndham.org/node/5352
ความไม่ประมาทเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลทั้งปวง บุคคลจะไม่ประมาทได้ เมื่อประเมินความเป็นจริงได้ตรงจริง การจะเห็นความเป็นจริงตรงจริงได้นั้น พึงเห็นชีวิต โลก และธรรมชาติทั้งโดยย่อที่สุด และโดยขยายใหญ่ที่สุด เมื่อเห็นความเป็นจริงตรงจริงแล้ว ก็บริหารโอกาสที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตน แก่บุตรหลาน และแก่โลกกว้างเท่าที่เหมาะสม
พระผู้มีพระภาคได้ทรงประกาศสัจธรรมอันทำให้เห็นความเป็นจริงตรงจริง มูลนิธิอุทยานธรรมจึงได้จัดทำพุทธธรรมชุด “ความไม่ประมาท” ขึ้น แด่คุณพ่อคุณแม่ และผู้มีคุณูปการแก่โลกทั้งหลาย เพื่อการบริหารตน บุตรหลาน และกัลยาณชนให้เกิดบุญกุศลสูงสุด ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า โดยไม่ประมาท
| พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ข้อที่ | ชุดที่ | สารบัญเรื่อง | ว่าด้วย | องค์ธรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
![]() |
1. บทนำ | |||
| 24_0015 |
![]() |
2. อัปปมาทสูตร | ความไม่ประมาทเป็นยอดของกุศลธรรมทั้งหมด | เร่งความเพียร |
| 16_0423 |
![]() |
3. ปฐวีสูตร | การกำหนดที่สุด เบื้องต้น เบื้องปลายของสงสาร | ทิฏฐิ |
| 16_0425 |
![]() |
4. อัสสุสูตร | เปรียบน้ำตากับน้ำในมหาสมุทร | ทิฏฐิ |
| 16_0427 |
![]() |
5. ขีรสูตร | เปรียบน้ำนมกับน้ำในมหาสมุทร | ทิฏฐิ |
| 16_0433 |
![]() |
6. สาวกสูตร | ความยาวนานแห่งสงสาร | ทิฏฐิ, ปกิณกธรรม |
| 16_0421 |
![]() |
7. ติณกัฏฐสูตร | ที่สุดเบื้องต้น เบื้องปลายของสงสาร | ทิฏฐิ |
| 16_0440 |
![]() |
8. ปุคคลสูตร | สงสารกำหนดเบื้องต้น เบื้องปลายไม่ได้ | ทิฏฐิ |
| 15_0440 |
![]() |
9. ปฐมอายุสูตร | อายุของมนุษย์นี้น้อยนัก | ทิฏฐิ |
| 15_0443 |
![]() |
10. ทุติยอายุสูตร | อายุของมนุษย์นี้น้อยนัก สูตรที่ ๒ | เร่งความเพียร |
| 23_0071 |
![]() |
11. อรกานุสาสนีสูตร | อุปมาแห่งชีวิต | เร่งความเพียร |
| 17_0248 |
![]() |
12. โคมยสูตร | ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนแห่งขันธ์ห้า | ขันธ์ ๕ - อุปาทานขันธ์ ๕, ทิฏฐิ |
| 25_0019 |
![]() |
13. ปาปวรรค | บุญและบาป | กรรม |
| 25_0413 |
![]() |
14. ชราสูตร | ชีวิตนี้น้อยนัก | ทิฏฐิ |
| 19_0962 |
![]() |
15. ชราสูตร | ความชรา | ทิฏฐิ |
| 22_0290 |
![]() |
16. มรณัสสติสูตรที่ ๑ | การเจริญมรณสติสูตรที่ ๑ | เร่งความเพียร |
| 22_0291 |
![]() |
17. มรณัสสติสูตรที่ ๒ | การเจริญมรณสติสูตรที่ ๒ | เร่งความเพียร |
| 15_0399 |
![]() |
18. อัยยิกาสูตร | ชีวิตมีความตายเป็นที่สุด | บุญ-บาป, กรรม |
| 24_0176 |
![]() |
19. วิสาขาสูตร | รักมีเท่าไร ทุกข์ก็มีเท่านั้น | ความรัก |
| 25_0380 |
![]() |
20. สัลลสูตร | ความเป็นธรรมดาของสัตว์โลก | ทิฏฐิ |
| 15_0334 |
![]() |
21. ปิยสูตร | ผู้รักตน | กุศล-อกุศล |
| 20_0137 |
![]() |
22. สุขุมาลสูตร | เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา | ทิฏฐิ |
| 23_0063 |
![]() |
23. สุริยสูตร | ดวงอาทิตย์ ๗ ดวง | ปกิณกธรรม |
| 16_0456 |
![]() |
24. เวปุลลปัพพตสูตร | ความเป็นไปของภูเขาเวปุลละ | ทิฏฐิ, ปกิณกธรรม |
| 17_0258 |
![]() |
25. คัททูลสูตรที่ ๒ | อุปมาขันธ์ห้าด้วยเสาล่ามสุนัข | ขันธ์ ๕ - อุปาทานขันธ์ ๕ |
| 25_0084 |
![]() |
26. โลกสูตร | สัตว์โลก | ทิฏฐิ, ภพ |
| 19_1716 |
![]() |
27. ทัณฑสูตร | ผู้ท่องเที่ยวไปในโลกเพราะไม่เห็นอริยสัจ | อริยสัจ ๔ |
| 19_1699 |
![]() |
28. วัชชีสูตรที่ ๑ | การตรัสรู้และไม่ตรัสรู้อริยสัจ ๔ | อริยสัจ ๔ |
| 10_0143 |
![]() |
30. พระปัจฉิมวาจา | เร่งความเพียร | |
![]() |
31. บทส่งท้าย |

