Main navigation
ส สังขารขันธ์
Share:

(๑) สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต

สังขารขันธ์หมวดละ ๔ คือ

สังขารขันธ์เป็นกามาวจร
เป็นรูปาวจร
เป็นอรูปาวจร
เป็นอปริยาปันนะ (ไม่รวมอยู่ในอวจร)

สังขารขันธ์หมวดละ ๕ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขินทริยสัมปยุต
เป็นทุกขินทริยสัมปยุต
เป็นโสมนัสสินทริยสัมปยุต
เป็นโทมนัสสินทริยสัมปยุต
เป็นอุเปกขินทริยสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๖ คือ

จักขุสัมผัสสชาเจตนา
โสตสัมผัสสชาเจตนา
ฆานสัมผัสสชาเจตนา
ชิวหาสัมผัสสชาเจตนา
กายสัมผัสสชาเจตนา
มโนสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ

จักขุสัมผัสสชาเจตนา
โสตสัมผัสสชาเจตนา
ฆานสัมผัสสชาเจตนา
ชิวหาสัมผัสสชาเจตนา
กายสัมผัสสชาเจตนา
มโนธาตุสัมผัสสชาเจตนา
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๘ คือ

จักขุสัมผัสสชาเจตนา
โสตสัมผัสสชาเจตนา
ฆานสัมผัสสชาเจตนา
ชิวหาสัมผัสสชาเจตนา
กายสัมผัสสชาเจตนา
ทุกขสหคตกายสัมผัสสชาเจตนา (เจตนา (ความจงใจ) ที่เกิดจากกายสัมผัส อันประกอบร่วมกับทุกข์)
มโนธาตุสัมผัสสชาเจตนา
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๙ คือ

จักขุสัมผัสสชาเจตนา
โสตสัมผัสสชาเจตนา
ฆานสัมผัสสชาเจตนา
ชิวหาสัมผัสสชาเจตนา
กายสัมผัสสชาเจตนา
มโนธาตุสัมผัสสชาเจตนา
กุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา
อกุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา
อัพยากตมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา 


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต

สังขารขันธ์เป็นวิบาก
เป็นวิปากธัมมธรรม
เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม

สังขารขันธ์เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ (สิ่งที่กรรมยึดถือไว้ และเป็นสิ่งที่อุปาทานยึดถือได้ สิ่งที่เกิดจากกรรม และเป็นอารมณ์แห่งอุปาทาน)

เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ (สิ่งที่กรรมไม่ยึดถือไว้ แต่เป็นสิ่งที่อุปาทานยึดถือได้ หรือสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากกรรม แต่ยังเป็นอารมณ์แห่งอุปาทานได้)

เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ (สิ่งที่กรรมไม่ได้ถือเอา และเป็นสิ่งที่ไม่ใช่อารมณ์แห่งอุปาทาน)

สังขารขันธ์เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ (ธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์แห่งกิเลส)

เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ (ธรรมไม่เศร้าหมอง แต่เป็นอารมณ์ให้กิเลสเกิดขึ้นได้)

เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ (ธรรมไม่เศร้าหมอง และไม่เป็นอารมณ์ให้กิเลสเกิดขึ้นได้)

สังขารขันธ์เป็นสวิตักกสวิจาระ (ประกอบด้วยวิตกและวิจาร)

เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ (ไม่ประกอบด้วยวิตก ประกอบด้วยวิจาร)

เป็นอวิตักกาวิจาระ (ไม่ประกอบด้วยวิตกและวิจาร)

สังขารขันธ์เป็นปีติสหคตะ (ประกอบร่วมด้วยปีติ)
เป็นสุขสหคตะ (ประกอบร่วมด้วยสุข)
เป็นอุเปกขาสหคตะ (ประกอบร่วมด้วยอุเบกขา)

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพะ (ธรรมที่พึงละด้วยการเห็น (โสดาปัตติมรรค))
เป็นภาวนาปหาตัพพะ (ธรรมที่พึงละด้วยการเจริญภาวนา)
เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ (ไม่ใช่สิ่งที่พึงละด้วยการเห็น และไม่ใช่สิ่งที่พึงละด้วยการเจริญภาวนา (ไม่ต้องประหารด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ))

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ (ธรรมที่พึงละด้วยการเห็นเป็นเหตุ)
เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ (ธรรมที่พึงละด้วยการเจริญภาวนาเป็นเหตุ)
เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ (ธรรมที่ไม่พึงละพึงละด้วยการเห็นเป็นเหตุ ด้วยการเจริญภาวนาเป็นเหตุ)

สังขารขันธ์เป็นอาจยคามี (สังขารที่นำไปสู่การสะสม เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ )
เป็นอปจยคามี (สังขารที่นำไปสู่การขจัดกิเลส เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน)
เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี (สังขารที่ไม่จัดอยู่ในสองประเภทข้างต้น)

สังขารขันธ์เป็นเสกขะ
เป็นอเสกขะ
เป็นเนวเสกขนาเสกขะ

สังขารขันธ์เป็นปริตตะ
เป็นมหัคคตะ
เป็นอัปปมาณะ

สังขารขันธ์เป็นปริตตารัมมณะ
เป็นมหัคคตารัมมณะ
เป็นอัปปมาณารัมมณะ

สังขารขันธ์ เป็นหีนะ
เป็นมัชฌิมะ
เป็นปณีตะ

สังขารขันธ์เป็นมิจฉัตตนิยตะ
เป็นสัมมัตตนิยตะ
เป็นอนิยตะ

สังขารขันธ์เป็นมัคคารัมมณะ
เป็นมัคคเหตุกะ
เป็นมัคคาธิปติ

สังขารขันธ์เป็นอุปปันนะ
เป็นอนุปปันนะ
เป็นอุปปาที

สังขารขันธ์เป็นอดีต
เป็นอนาคต
เป็นปัจจุบัน

สังขารขันธ์เป็นอตีตารัมมณะ
เป็นอนาคตารัมมณะ
เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตะ
เป็นพหิทธา
เป็นอัชฌัตตพหิทธา

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต.

สังขารหมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสเหตุกะ
เป็นอเหตุกะ

สังขารขันธ์เป็นเหตุสัมปยุต
เป็นเหตุวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นเหตุสเหตุกะ
เป็นสเหตุกนเหตุ

สังขารขันธ์เป็นเหตุเหตุสัมปยุต
เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ

สังขารขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะ
เป็นนเหตุอเหตุกะ

สังขารขันธ์เป็นโลกิยะ เป็นโลกุตตระ

สังขารขันธ์เป็นเกนจิวิญเญยยะ
เป็นเกนจินวิญเญยยะ

สังขารขันธ์เป็นอาสวะ
เป็นโนอาสวะ

สังขารขันธ์เป็นสาสวะ
เป็นอนาสวะ

สังขารขันธ์เป็นอาสวสัมปยุต
เป็นอาสววิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นอาสวสาสวะ
เป็นสาสวโนอาสวะ

สังขารขันธ์เป็นอาสวอาสวสัมปยุต
เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ

สังขารขันธ์เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ
เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนะ
เป็นโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนิยะ
เป็นอสัญโญชนิยะ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัมปยุต
เป็นสัญโญชนวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ
เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต
เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ
เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ

สังขารขันธ์เป็นคันถะ
เป็นโนคันถะ

สังขารขันธ์เป็นคันถนิยะ
เป็นอคันถนิยะ

สังขารขันธ์เป็นคันถสัมปยุต
เป็นคันถวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นคันถคันถนิยะ
เป็นคันถนิยโนคันถะ

สังขารขันธ์เป็นคันถคันถสัมปยุต
เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะ

สังขารขันธ์เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ
เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ

สังขารขันธ์เป็นโอฆะ
เป็นโนโอฆะ

สังขารขันธ์เป็นโอฆนิยะ
เป็นอโนฆนิยะ

สังขารขันธ์เป็นโอฆสัมปยุต
เป็นโอฆวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นโอฆโอฆนิยะ
เป็นโอฆนิยโนโอฆะ

สังขารขันธ์เป็นโอฆโอฆสัมปยุต
เป็นโอฆสัมปยุตตโนโอฆะ

สังขารขันธ์เป็นโอฆวิปปยุตตโอฆนิยะ
เป็นโอฆวิปปยุตตอโนฆนิยะ

สังขารขันธ์เป็นโยคะ
เป็นโนโยคะ

สังขารขันธ์เป็นโยคนิยะ
เป็นอโยคนิยะ

สังขารขันธ์เป็นโยคสัมปยุต
เป็นโยควิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นโยคโยคนิยะ
เป็นโยคนิยโนโยคะ

สังขารขันธ์เป็นโยคโยคสัมปยุต
เป็นโยคสัมปยุตตโนโยคะ

สังขารขันธ์เป็นโยควิปปยุตตโยคนิยะ
เป็นโยควิปปยุตตอโยคนิยะ

สังขารขันธ์เป็นนีวรณะ
เป็นโนนีวรณะ

สังขารขันธ์เป็นนีวรณิยะ
เป็นอนีวรณิยะ

สังขารขันธ์เป็นนีวรณสัมปยุต
เป็นนีวรณวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นนีวรณนีวรณิยะ
เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ

สังขารขันธ์เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต
เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะ

สังขารขันธ์เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ
เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะ

สังขารขันธ์เป็นปรามาสะ
เป็นโนปรามาสะ

สังขารขันธ์เป็นปรามัฏฐะ
เป็นอปรามัฏฐะ

สังขารขันธ์เป็นปรามาสสัมปยุต
เป็นปรามาสวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นปรามาสปรามัฏฐะ
เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ

สังขารขันธ์เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ
เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทินนะ
เป็นอนุปาทินนะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานะ
เป็นโนอุปาทานะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานิยะ
เป็นอนุปาทานิยะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานสัมปยุต
เป็นอุปาทานวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ
เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต
เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ
เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะ

สังขารขันธ์เป็นกิเลสะ
เป็นโนกิเลสะ

สังขารขันธ์เป็นสังกิเลสิกะ
เป็นอสังกิเลสิกะ

สังขารขันธ์เป็นสังกิลิฏฐะ
เป็นอสังกิลิฏฐะ

สังขารขันธ์เป็นกิเลสสัมปยุต
เป็นกิเลสวิปปยุต

สังขารขันธ์เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ
เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะ

สังขารขันธ์เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ
เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ

สังขารขันธ์เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต
เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ

สังขารขันธ์เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ
เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะ

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพะ
เป็นนทัสสนปหาตัพพะ

สังขารขันธ์เป็นภาวนาปหาตัพพะ
เป็นนภาวนาปหาตัพพะ

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ
เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะ

สังขารขันธ์เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ
เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ

สังขารขันธ์เป็นสวิตักกะ
เป็นอวิตักกะ

สังขารขันธ์เป็นสวิจาระ
เป็นอวิจาระ

สังขารขันธ์เป็นสัปปีติกะ
เป็นอัปปีติกะ

สังขารขันธ์เป็นปีติสหคตะ
เป็นนปีติสหคตะ

สังขารขันธ์เป็นสุขสหคตะ
เป็นนสุขสหคตะ

สังขารขันธ์เป็นอุเปกขาสหคตะ
เป็นนอุเปกขาสหคตะ

สังขารขันธ์เป็นกามาวจร
เป็นนกามาวจร

สังขารขันธ์เป็นรูปาวจร
เป็นนรูปาวจร

สังขารขันธ์เป็นอรูปาวจร
เป็นนอรูปาวจร

สังขารขันธ์เป็นปริยาปันนะ
เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์เป็นนิยยานิกะ
เป็นอนิยยานิกะ

สังขารขันธ์เป็นนิยตะ
เป็นอนิยตะ

สังขารขันธ์เป็นสอุตตระ
เป็นอนุตตระ

สังขารขันธ์เป็นสรณะ
เป็นอรณะ.

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสรณะ
เป็นอรณะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเหตุ
เป็นนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓

คือ สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสรณะ
เป็นอรณะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเหตุ
เป็นนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสรณะ
เป็นอรณะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ
สังขารขันธ์เป็นเหตุ
เป็นนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสเหตุกะ
เป็นอเหตุกะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเหตุสัมปยุต
เป็นเหตุวิปปยุต

สังขารขันธ์ หมวดละ ๓ คือ 

สังขารขันธ์เป็นวิบาก
เป็นวิปากธัมมธรรม
เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเหตุสเหตุกะ
เป็นสเหตุกนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ
เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ
เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเหตุเหตุสัมปยุต
เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ
เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ
เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นนเหตุสเหตุกะ
เป็นนเหตุอเหตุกะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นสวิตักกสวิจาระ
เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ
เป็นอวิตักกาวิจาระ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นโลกิยะ
เป็นโลกุตตระ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นปีติสหคตะ
เป็นสุขสหคตะ
เป็นอุเปกขาสหคตะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุตสังขารขันธ์

หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นเกนจิวิญเญยยะ
เป็นเกนจินวิญเญยยะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพะ
เป็นภาวนาปหาตัพพะ
เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาสวะ
เป็นโนอาสวะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะ
เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เป็น
เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสาสวะ
เป็นอนาสวะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาจยคามี
เป็นอปจยคามี
เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามี ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาสวสัมปยุต
เป็นอาสววิปปยุต.

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นเสกขะ
เป็นอเสกขะ
เป็นเนวเสกขนาเสกขะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาสวสาสวะ
เป็นสาสวโนอาสวะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นปริตตะ
เป็นมหัคคตะ
เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาสวอาสวสัมปยุต
เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นปริตตารัมมณะ
เป็นมหัคคตารัมมณะ
เป็นอัปปมาณารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ
เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นหีนะ
เป็นมัชฌิมะ
เป็นปณีตะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนะ
เป็นโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นมิจฉัตตนิยตะ
เป็นสัมมัตตนิยตะ
เป็นอนิยตะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนิยะ
เป็นอสัญโญชนิยะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นมัคคารัมมณะ
เป็นมัคคเหตุกะ
เป็นมัคคาธิปติฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์sมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัมปยุต
เป็นสัญโญชนวิปปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอุปปันนะ
เป็นอนุปปันนะ
เป็นอุปปาที ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ
เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอดีต
เป็นอนาคต
เป็นปัจจุบัน ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต
เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอตีตารัมมณะ
เป็นอนาคตารัมมณะ
เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นสัญโญชนวิปปยุตสัญโญชนิยะ
เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตะ
เป็นพหิทธา
เป็นอัชฌัตตพหิทธา ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ

สังขารขันธ์เป็นคันถะ
เป็นโนคันถะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ ฯลฯ

สังขารขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ

สังขารขันธ์เป็นกุศล
เป็นอกุศล
เป็นอัพยากฤต
เป็นกามาวจร
เป็นรูปาวจร
เป็นอรูปาวจร
เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ อีกอย่างหนึ่ง คือ

สังขารขันธ์เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

สังขารขันธ์เป็นอัชฌัตตารัมมณะ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ
เป็นกามาวจร
เป็นรูปาวจร
เป็นอรูปาวจร
เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ คือ

สังขารขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต

สังขารขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต

จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ

มโนสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกอย่างหนึ่ง คือ

สังขารขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย
เป็นสุขเวทนาสัมปยุต
เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต
เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ
เป็นอัชฌัตตารัมมณ
เป็นพหิทธารัมมณะ
เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ

สังขารขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ มโนสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้

สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ คือ

สังขารขันธ์เพราะจักขุสัมผัส เป็นปัจจัย เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ มโนสัมผัสสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละ ๓๐ ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง คือ

สังขารขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ

จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ

มโนสัมผัสสชาเจตนา 

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้


สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างอีกอย่างหนึ่ง คือ  สังขารขันธ์เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นสุขเวทนาสัมปยุต เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ฯลฯ

เป็นอัชฌัตตารัมมณะ

เป็นพหิทธารัมมณะ

เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ

เป็นกามาวจร
เป็นรูปาวจร
เป็นอรูปาวจร
เป็นอปริยาปันนะ

สังขารขันธ์เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย

สังขารขันธ์เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ฯลฯ

สังขารขันธ์เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย เป็นอัชฌัตตารัมมณะ เป็นพหิทธารัมมณะ เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะ เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็นอรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ มโนสัมผัสชาเจตนา

สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้

สภาวธรรมนี้เรียกว่า สังขารขันธ์


สังขารขันธ์ที่เป็นอกุศลจิต

(๒) สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน

ผัสสะ เจตนา วิตก วิจาร ปีติ เอกัคคตา วิริยินทรีย์ สมาธินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสังกัปปะ มิจฉาวายามะ มิจฉาสมาธิ วิริยพละ สมาธิพละ อหิริกพละ อโนตตัปปพละ โลภะ โมหะ อภิชฌา มิจฉาทิฏฐิ อหิริกะ อโนตตัปปะ สมถะ ปัคคาหะ
อวิกเขปะ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด เว้นเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ มีอยู่ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น ฯลฯ

สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอกุศล

 

 
อ้างอิง :  
(๑) สังขารขันธ์ วิภังคปกรณ์ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๕ ข้อที่ ๖๔-๗๓
(๒) อกุศลจิต ๑๒ จิตดวงที่ ๑ ปทภาชนีย พระไตรปิฏก ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๔ ข้อที่ ๓๑๐

 

คำต่อไป