56274 รายการ
-
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309
พระไตรปิฎกชุดธรรมปฏิบัตินี้ เป็นเนื้อหาที่พระพุทธองค์ทรงสอนการปฏิบัติธรรมอันนำสู่ มรรค ผล สวรรค์ นิพพาน ซึ่งทรงจำแนกธรรมสั่งสอนบุคคลต่างๆ อย่างเหมาะสมกับบริบทของคนนั้นๆ ด้วยปัญญาอันยิ่งของพระองค์ การปฏิบัติตรงตามพระพุทธเจ้าจึงได้ผลสูงสุด
ธรรมะชุดนี้เป็นคู่มือการปฏิบัติธรรมที่ตรงตามคำสอนของพระพุทธองค์อย่างเป็นระบบครบถ้วน ตั้งแต่การละมิจฉาทิฏฐิ สมาทานสัมมาทิฏฐิ การเจริญสติ สมาธิ ปัญญาอย่างถูกต้อง ทั้งปฏิปทาแห่งวิถีชีวิตที่เหมาะสม และการบรรลุธรรมอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นการปฏิบัติสายกลางที่ปฏิบัติง่าย ได้ผลง่าย
ข้อแนะนำในการฟังชุดธรรมปฏิบัติ
ก่อนจะฟังธรรมปฏิบัตินี้ ท่านพึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สมาธิดีแล้ว ให้เปิดฟังเบาๆ น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรงๆ และน้อมธรรมมาสู่ใจ ให้เข้าใจแจ้งและได้สภาวะจิตดีจริง เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริงให้มั่นคงจนเป็นภูมิธรรม อันจักเป็นฐานในการยกภูมิจิตให้เจริญสูงขึ้นต่อไป

