55969 รายการ
-
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - สังโยชน์ ๓ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ ความหดหู่แห่งจิต ๑ บุคคลละธรรม ๓ ประการนี้แล้ว
https://uttayarndham.org/node/4310 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309 -
อภัพพสูตร - ความหดหู่ | Dhamma Daily (ธรรมประจำวัน)
บุคคลละธรรม ๓ ประการแล้ว จึงอาจละการกระทำไว้ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย การเสพทางผิด ความหดหู่แห่งจิตได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีสติหลงลืม ๑ ความไม่มีสัมปชัญญะ ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑
https://uttayarndham.org/node/4309
พระพุทธกิจ คือ กิจแห่งธรรมที่พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปฏิบัติหลังจากตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญพุทธจริยาอันเป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ ทรงสงเคราะห์โลกทั้งหลายให้เป็นสุข พ้นจากทุกข์ จนบรรลุอมตธรรม
ชุด พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา นี้ คือส่วนหนึ่งของโครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก คณะผู้จัดทำได้นำเนื้อเรื่องรวมตามพระพุทธกิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับแต่ที่พระองค์แรกตรัสรู้จวบจนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นับรวมเป็น พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในแต่ละพรรษานั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องใด โปรดบุคคลใด ในบริบทเช่นไร เพื่อผลอันใด ทรงบัญญัติสิกขาบทอะไร เพราะเหตุใด เพื่อผลอันใด อันจักทำให้เข้าถึงแก่นสารของพระพุทธศาสนาอย่างเที่ยงตรง





