55790 รายการ
-
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑ | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ พึงกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ธรรม ๗ ประการ คือ เมื่อจิตหดหู่ ก็รู้ชัดตามเป็นจริงว่า จิตของเราหดหู่
https://uttayarndham.org/node/5939 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940 -
จูฬธรรมสมาทานสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ธรรมสมาทานมี ๔ อย่าง คือ ธรรมสมาทานที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี ธรรมสมาทานที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบากต่อไปก็มี
https://uttayarndham.org/node/5940
พระพุทธกิจ คือ กิจแห่งธรรมที่พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปฏิบัติหลังจากตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญพุทธจริยาอันเป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ ทรงสงเคราะห์โลกทั้งหลายให้เป็นสุข พ้นจากทุกข์ จนบรรลุอมตธรรม
ชุด พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา นี้ คือส่วนหนึ่งของโครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก คณะผู้จัดทำได้นำเนื้อเรื่องรวมตามพระพุทธกิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับแต่ที่พระองค์แรกตรัสรู้จวบจนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นับรวมเป็น พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในแต่ละพรรษานั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องใด โปรดบุคคลใด ในบริบทเช่นไร เพื่อผลอันใด ทรงบัญญัติสิกขาบทอะไร เพราะเหตุใด เพื่อผลอันใด อันจักทำให้เข้าถึงแก่นสารของพระพุทธศาสนาอย่างเที่ยงตรง





