56278 รายการ
-
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
ยมกสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, พระสารีบุตรถามพระยมกะว่า ชันธ์ ๔ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวของตัวเรา
https://uttayarndham.org/node/2035 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034 -
สีลสูตร | Tripitaka Glory (พระไตรปิฎกเสียง)
, ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุควรกระทำอุปาทานขันธ์ ๕ ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค เป็นดังฝี เป็นดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน
https://uttayarndham.org/node/2034
พระพุทธกิจ คือ กิจแห่งธรรมที่พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปฏิบัติหลังจากตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญพุทธจริยาอันเป็นประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ ทรงสงเคราะห์โลกทั้งหลายให้เป็นสุข พ้นจากทุกข์ จนบรรลุอมตธรรม
ชุด พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา นี้ คือส่วนหนึ่งของโครงการแสงธรรมแห่งพระไตรปิฎก คณะผู้จัดทำได้นำเนื้อเรื่องรวมตามพระพุทธกิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับแต่ที่พระองค์แรกตรัสรู้จวบจนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน นับรวมเป็น พระพุทธกิจ ๔๕ พรรษา เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในแต่ละพรรษานั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องใด โปรดบุคคลใด ในบริบทเช่นไร เพื่อผลอันใด ทรงบัญญัติสิกขาบทอะไร เพราะเหตุใด เพื่อผลอันใด อันจักทำให้เข้าถึงแก่นสารของพระพุทธศาสนาอย่างเที่ยงตรง





